อาการกลุ่มนี้สร้างความกังวลให้เจ้าของบ้านมากกว่าอาการอื่น เพราะดูคล้ายกับว่าเครื่องกำลังจะเสียหาย ทั้งการเปิดแล้วไม่มีเสียงตอบสนอง หรือทำงานได้ช่วงสั้น ๆ แล้วตัด บางเครื่องมีไฟกระพริบเป็นจังหวะคล้ายกำลังส่งสัญญาณ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณจริงครับ และในกรณีส่วนใหญ่นี่ไม่ใช่อาการเสีย แต่เป็นระบบป้องกันตัวเองที่ทำงานอย่างถูกต้อง
แอร์รุ่นปัจจุบันทุกเครื่องมีชุดป้องกันที่ตรวจวัดแรงดัน อุณหภูมิ และกระแสไฟอยู่ตลอดเวลา หากค่าใดค่าหนึ่งออกนอกช่วงที่ปลอดภัย ระบบจะสั่งหยุดการทำงานทันทีเพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย เพราะคอมเพรสเซอร์เป็นอะไหล่ที่ราคาสูงที่สุดในระบบ การที่แอร์ตัดเองจึงเป็นกลไกที่ช่วยจำกัดความเสียหายและค่าใช้จ่ายของคุณไว้ครับ
แยกให้ชัดก่อนว่าอาการของคุณเป็นแบบใด
สามอาการนี้มักถูกเรียกรวมกัน แต่ชี้ไปยังสาเหตุคนละกลุ่ม การแยกให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดเวลาในการหาสาเหตุได้มากครับ
- ตัดบ่อยผิดปกติ คือคอมเพรสเซอร์ทำงานช่วงหนึ่งแล้วหยุด จากนั้นกลับมาทำงานใหม่ในเวลาที่สั้นกว่าปกติมาก บางเครื่องเป็นรอบละไม่กี่นาที
- เปิดไม่ติด คือกดรีโมทแล้วเครื่องไม่ตอบสนอง หรือมีเพียงพัดลมของเครื่องในห้องหมุน แต่เครื่องนอกบ้านไม่ทำงาน
- ทำงานแล้วหยุดพร้อมไฟกระพริบ คือเครื่องเริ่มทำงานได้แต่หยุดเองพร้อมสัญญาณไฟ ซึ่งหมายถึงแผงวงจรตรวจพบความผิดปกติและมีรหัสให้อ่าน
สาเหตุที่พบมากที่สุดของอาการแอร์ตัดบ่อย คือคอยล์ร้อนระบายความร้อนไม่ทัน
จากงานอาการแอร์ตัดบ่อยที่ผมรับ คอยล์ร้อนสกปรกเป็นสาเหตุของกรณีส่วนใหญ่ หลักการคือระบบต้องคายความร้อนออกที่คอยล์ร้อนนอกบ้าน เมื่อครีบอุดตันด้วยฝุ่นหรือใบไม้ ความร้อนจะระบายออกไม่ได้ แรงดันในระบบด้านสูงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเกินค่าที่กำหนด สวิตช์แรงดันจะสั่งตัดการทำงานเพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์
- อาการชี้เฉพาะคือ ตัดบ่อยเฉพาะช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด แต่กลางคืนทำงานได้ปกติ
- มักมาพร้อมอาการแอร์เย็นน้อยลงในช่วงเวลาเดียวกัน
- ตัวเครื่องนอกบ้านร้อนจัดผิดปกติเมื่อเอามือไปแตะที่ฝาครอบ
- แนวทางแก้ไข คือล้างคอยล์ร้อน ย้ายสิ่งของที่บังทางลม และเว้นระยะโล่งรอบตัวเครื่องอย่างน้อยราวครึ่งเมตร
ในเชียงใหม่มีปัจจัยเสริมสองข้อ ข้อแรกคือเขม่าและเถ้าจากฤดูหมอกควันช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ซึ่งทำให้ครีบคอยล์ร้อนอุดตันเร็วกว่าปกติ ข้อที่สองคือเดือนเมษายนซึ่งมีอุณหภูมิสูงที่สุดของปีมาตรงกับช่วงที่คอยล์สกปรกที่สุดพอดี ผลคือเมษายนเป็นเดือนที่งานแอร์ตัดบ่อยเข้ามามากที่สุด และเป็นเดือนที่คิวช่างในเชียงใหม่แน่นที่สุดด้วยครับ
สาเหตุอื่นที่ต้องแยกให้ออก
| สาเหตุ | อาการชี้เฉพาะ | จุดที่ต้องแก้ไข |
|---|---|---|
| คอยล์ร้อนสกปรกหรือมีของบัง | ตัดเฉพาะช่วงบ่ายร้อนจัด กลางคืนปกติ | ล้างคอยล์ร้อน เคลียร์พื้นที่รอบเครื่อง |
| น้ำยาในระบบต่ำจากรอยรั่ว | ตัดบ่อยร่วมกับทำความเย็นได้ลดลง อาจมีน้ำแข็งเกาะท่อ | หาจุดรั่วก่อน แล้วซ่อมและเติมใหม่ |
| คอยล์เย็นตันจนลมผ่านไม่เพียงพอ | ตัดเพราะคอยล์เย็นเกินจนเซ็นเซอร์สั่งหยุด ลมออกเบา | ล้างคอยล์เย็นและแผ่นกรอง |
| คาปาซิเตอร์เสื่อม | เครื่องนอกบ้านมีเสียงหึ่งแต่ไม่สตาร์ต หรือสตาร์ตแล้วดับ | เปลี่ยนคาปาซิเตอร์ |
| เซ็นเซอร์อุณหภูมิเพี้ยน | ตัดทั้งที่ห้องยังไม่เย็น รอบสั้นผิดปกติ | เปลี่ยนเทอร์มิสเตอร์ |
| แผงวงจร PCB มีปัญหา | มักมาพร้อมไฟกระพริบเป็นรหัส หรือรีโมทสั่งไม่ตอบสนอง | ต้องอ่านรหัสก่อนจึงจะวินิจฉัยได้ |
| ไฟบ้านตกหรือสายไฟไม่ได้ขนาด | ตัดเมื่อเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นพร้อมกัน หรือทริปบ่อย | แก้ที่ระบบไฟ ไม่ใช่ตัวแอร์ |
| เบรกเกอร์เล็กเกินไปหรือเสื่อม | ทริปทุกครั้งที่คอมเพรสเซอร์สตาร์ต | ตรวจขนาดเบรกเกอร์และสภาพ |
| รีโมทถ่านหมดหรือตั้งเวลาไว้ | เปิดไม่ติดโดยไม่มีอาการอื่นเลย | เปลี่ยนถ่านและยกเลิกตั้งเวลา ทำเองได้ |
ไฟแอร์กระพริบคืออะไร และอ่านรหัสอย่างไร
ส่วนนี้เป็นส่วนที่มีประโยชน์กับคุณมากที่สุดในบทความ เพราะหากอ่านรหัสได้ คุณจะแจ้งผมได้ตั้งแต่ตอนติดต่อว่าเครื่องรายงานอะไร ทำให้ผมเตรียมอะไหล่ไปได้ถูกต้องตั้งแต่รอบแรก และประหยัดเวลาของทั้งสองฝ่าย
แอร์แทบทุกยี่ห้อในปัจจุบันมีระบบวินิจฉัยตัวเองอยู่ในแผงวงจร เมื่อตรวจพบความผิดปกติ ระบบจะรายงานออกมาทางหนึ่งในสามช่องทางนี้ คือไฟ LED ที่หน้าเครื่องกระพริบเป็นจังหวะที่นับได้ หน้าจอบนตัวเครื่องแสดงรหัสตัวอักษรกับตัวเลข เช่นรูปแบบ E ตามด้วยตัวเลข หรือ F ตามด้วยตัวเลข หรือแสดงรหัสบนหน้าจอรีโมทเมื่อกดปุ่มเฉพาะตามที่คู่มือระบุ
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือรหัสเหล่านี้ไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม แต่ละยี่ห้อและแม้แต่ละรุ่นในยี่ห้อเดียวกันใช้ตารางรหัสของตนเอง การนำรหัสไปค้นหาทางอินเทอร์เน็ตแล้วพบความหมายของอีกยี่ห้อหนึ่ง ทำให้ได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและอาจสั่งอะไหล่ผิดรายการ ผมจึงไม่ระบุรหัสของยี่ห้อใดในบทความนี้ แต่จะอธิบายวิธีค้นหาข้อมูลที่ถูกต้องแทนครับ
- 1
นับจังหวะการกระพริบให้แม่นยำก่อน
สังเกตไฟที่หน้าเครื่องแล้วนับว่ากระพริบกี่ครั้งติดกัน ก่อนจะเว้นช่วงยาวแล้วเริ่มรอบใหม่ เช่น กระพริบสามครั้ง เว้น กระพริบสามครั้ง เว้น ลักษณะนี้คือรหัสสามครั้ง ควรสังเกตซ้ำอย่างน้อยสองรอบเพื่อยืนยันความถูกต้อง
- 2
ตรวจว่ามีไฟหลายดวงกระพริบพร้อมกันหรือไม่
บางรุ่นใช้ไฟสองหรือสามดวงร่วมกันเป็นรหัส เช่น ไฟ Timer กับไฟ Run กระพริบสลับกัน ควรบันทึกให้ครบว่าไฟดวงใดกระพริบและกระพริบกี่ครั้ง
- 3
หาชื่อรุ่นที่แท้จริงของเครื่อง
ตรวจสอบสติกเกอร์ที่ด้านข้างหรือใต้ฝาหน้าของเครื่องในห้อง จะมีรหัสรุ่นเต็มซึ่งยาวกว่าชื่อที่ใช้ทางการค้า แนะนำให้ถ่ายรูปสติกเกอร์นี้เก็บไว้ครับ เพราะจำเป็นทั้งตอนค้นหารหัสและตอนสั่งอะไหล่
- 4
เปิดคู่มือหาหน้าที่ชื่อว่าการวินิจฉัยหรือรหัสความผิดปกติ
หากยังมีคู่มือเล่มจริง ให้ค้นหาหัวข้อในลักษณะ Error Code หรือ Self Diagnosis หากคู่มือสูญหายแล้ว ให้ค้นจากเว็บไซต์ทางการของยี่ห้อนั้นโดยใช้รหัสรุ่นเต็มที่ถ่ายภาพไว้ ไม่ควรอ้างอิงจากเว็บไซต์ทั่วไป
- 5
ถ่ายคลิปไฟกระพริบไว้
หากค้นหาคู่มือไม่พบหรือไม่แน่ใจว่านับถูกต้อง ให้ถ่ายคลิปสั้น ๆ ที่เห็นจังหวะไฟครบสองรอบ แล้วส่งมาพร้อมรูปสติกเกอร์รุ่น ผมช่วยตรวจสอบความหมายของรหัสให้ได้
ตรวจเองได้ก่อนเรียกช่าง
ก่อนเสียค่าตรวจเช็ค มีสี่ข้อที่ผมแนะนำให้ลองด้วยตัวเองก่อน ซึ่งแก้ปัญหาได้เองเป็นจำนวนไม่น้อยครับ
- 1เปลี่ยนถ่านรีโมทและตรวจว่าไม่ได้ตั้งฟังก์ชันตั้งเวลาหรือ Sleep ไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ แม้ดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่พบได้บ่อยกว่าที่คาด
- 2ตรวจที่ตู้เบรกเกอร์ว่าตัวที่จ่ายไฟให้แอร์ยังอยู่ในตำแหน่งเปิดหรือไม่ บางบ้านมีเบรกเกอร์ย่อยแยกสำหรับคอยล์ร้อนที่ทริปลงโดยไม่มีใครสังเกต
- 3ตรวจพื้นที่รอบคอยล์ร้อนว่ามีสิ่งของบังทางลม มีใบไม้ติดที่ครีบ หรือมีต้นไม้ขึ้นชิดเกินไปหรือไม่ แล้วเคลียร์ให้โล่ง
- 4ตัดไฟที่เบรกเกอร์ทิ้งไว้ประมาณห้านาทีแล้วเปิดใหม่ วิธีนี้จะรีเซ็ตแผงวงจร หากเป็นเพียงการค้างชั่วคราวเครื่องจะกลับมาทำงานปกติ แต่หากอาการกลับมาอีกภายในไม่กี่ชั่วโมง แสดงว่ามีปัญหาจริงที่ต้องตรวจสอบ
อาการลักษณะใดควรหยุดใช้งานและเรียกช่างทันที
- เบรกเกอร์ทริปทุกครั้งที่เปิดแอร์ ให้ปิดไว้แล้วติดต่อช่าง ไม่ควรทดลองซ้ำ
- มีกลิ่นไหม้หรือพบรอยไหม้ที่ปลั๊กหรือตู้ควบคุม ให้ปิดเบรกเกอร์ทันที
- แอร์ตัดบ่อยร่วมกับพบน้ำแข็งเกาะที่ท่อหรือคอยล์ ให้ปิดโหมดทำความเย็นแล้วเปิดโหมดพัดลมจนน้ำแข็งละลายก่อน
- เครื่องนอกบ้านมีเสียงหึ่งดังนานผิดปกติแล้วหยุด ซึ่งมักหมายถึงคอมเพรสเซอร์พยายามสตาร์ตแต่สตาร์ตไม่ขึ้น
- ไฟกระพริบพร้อมกับตัวเครื่องนอกบ้านมีอุณหภูมิสูงจนสัมผัสไม่ได้
งานกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดต้องวัดค่าทางไฟฟ้าและแรงดันน้ำยาจริงจึงจะสรุปได้ การประเมินจากอาการเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอครับ ค่าตรวจเช็ควินิจฉัยอาการผมคิด 500.- และหักคืนให้จากค่าซ่อมหากคุณตัดสินใจซ่อมกับผม ส่วนค่าอะไหล่ เช่น คาปาซิเตอร์ เทอร์มิสเตอร์ หรือแผงวงจร ราคาขึ้นกับรุ่นและอะไหล่ที่ใช้ ผมแจ้งราคาทั้งหมดก่อนลงมือเสมอ และในหลายกรณีที่ต้นเหตุคือคอยล์ร้อนสกปรก งานจบด้วยการล้างเครื่องเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่
สรุป
- อาการแอร์ตัดเองส่วนใหญ่คือระบบป้องกันทำงาน ไม่ใช่เครื่องเสียหาย
- หากตัดเฉพาะช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด ให้ตรวจคอยล์ร้อนนอกบ้านเป็นอันดับแรก
- หากตัดทั้งที่ห้องยังไม่เย็น มักเกิดจากเซ็นเซอร์หรือน้ำยาในระบบต่ำ
- หากเปิดไม่ติด ให้ตรวจถ่านรีโมท เบรกเกอร์ และการตั้งเวลาก่อน
- ไฟกระพริบคือรหัสที่นับได้ ให้นับจังหวะ ถ่ายรูปสติกเกอร์รุ่น แล้วอ้างอิงความหมายจากคู่มือของยี่ห้อนั้นเท่านั้น
- รหัสระบุจุดที่ผิดปกติ ไม่ได้ระบุว่าอะไหล่ชิ้นใดเสียหาย จึงต้องวัดค่ายืนยันก่อนเปลี่ยน
- หากเบรกเกอร์ทริปซ้ำ ให้หยุดใช้งานทันที และไม่ควรสับขึ้นเพื่อทดลองใหม่
หากพบไฟกระพริบแล้วไม่ทราบความหมาย ถ่ายคลิปจังหวะไฟพร้อมรูปสติกเกอร์รุ่นส่งมาทาง LINE ได้ครับ ผมช่วยตรวจสอบความหมายของรหัสให้ก่อนว่าน่าจะเป็นสาเหตุใด กรณีที่ต้องเข้าหน้างาน ผมไปถึงภายใน 24 ชั่วโมง ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm