ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โปรเฟรชแคร์ช่างแอร์เชียงใหม่ ถึงบ้าน

ดูแลรักษา

วิธีตรวจว่าช่างล้างแอร์ครบขั้นตอน หรือเพียงฉีดผ่านหน้ากาก — 7 จุดที่ควรสังเกต

งานล้างแอร์วัดผลด้วยตาเปล่าได้ยาก เพราะจุดที่สกปรกจริงอยู่ลึกเข้าไปในตัวเครื่อง ผมจึงรวบรวม 7 จุดตรวจที่คุณใช้ประเมินคุณภาพงานได้เอง

ช่างขึ้นบันไดเปิดฝาแอร์ที่ติดเหนือหน้าต่าง เริ่มขั้นตอนถอดชิ้นส่วนออกล้าง
ช่างขึ้นบันไดเปิดฝาแอร์ที่ติดเหนือหน้าต่าง เริ่มขั้นตอนถอดชิ้นส่วนออกล้าง
เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 9 นาที

ต้องการให้ช่างตรวจอาการนี้?

ล้างแอร์เชียงใหม่ ถึงบ้าน 500 บาท · 3 เครื่องขึ้นไป เครื่องละ 450 บาท

ล้างธรรมดา 500.- หรือ Premium ถอดล้าง 100% 2,300–2,500.-

งานล้างแอร์เป็นงานบริการที่ลูกค้าประเมินผลลัพธ์ได้ยากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะจุดที่สกปรกจริงอยู่ลึกเข้าไปในตัวเครื่องและมองไม่เห็นจากภายนอก หลังจบงาน สิ่งที่คุณเห็นคือหน้ากากพลาสติกสีขาวและลมที่ออกมาเย็นเหมือนเดิม ซึ่งยังไม่ได้บอกว่าคอยล์เย็น ถาดน้ำทิ้ง และใบพัดถูกทำความสะอาดจริงหรือไม่ ความต่างระหว่างงานที่ล้างครบขั้นตอนกับงานที่ฉีดน้ำผ่านหน้ากาก จึงอยู่ในจุดที่คุณตรวจไม่ได้ด้วยการดูเพียงผิวนอก

เจ็ดจุดต่อไปนี้เป็นเกณฑ์กลางที่ใช้ประเมินงานของผู้ให้บริการรายใดก็ได้ รวมถึงงานของผมเอง ทุกข้อดูได้ด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องมีความรู้เชิงช่างครับ

จุดที่ 1 ปูผ้าใบและหุ้มกันน้ำก่อนเริ่มงานหรือไม่

ก่อนน้ำหยดแรกจะออกจากหัวฉีด งานต้องเริ่มจากการเตรียมพื้นที่เสมอ ขั้นตอนนี้ประกอบด้วยการปูผ้าใบรองพื้นใต้จุดทำงาน คลุมเฟอร์นิเจอร์หรือเตียงที่อยู่ใกล้ และที่สำคัญที่สุดคือการติดถุงรองน้ำหรือผ้าคลุมกันน้ำรอบตัวเครื่อง เพื่อรวบรวมน้ำสกปรกทั้งหมดลงถัง

หากงานเริ่มด้วยการขึ้นบันไดแล้วฉีดน้ำทันทีโดยไม่มีอุปกรณ์รองรับ แสดงว่าปริมาณน้ำที่ตั้งใจจะใช้น้อยกว่าที่การล้างเต็มรูปแบบต้องใช้ เพราะการฉีดจนคอยล์สะอาดจริงจะมีน้ำสกปรกไหลออกมามากพอที่จะต้องมีถุงรองน้ำและถังรองรับไว้ก่อน ผมปูผ้าใบกันเปื้อนหนา 2 ชั้นทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นล้างธรรมดาหรือถอดล้าง และเก็บพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนจบงาน

  • มีผ้าใบหรือแผ่นรองปูใต้จุดทำงาน ไม่ใช่เพียงกระดาษหนังสือพิมพ์
  • มีถุงรองน้ำหรือผ้าคลุมกันน้ำรัดรอบตัวเครื่อง และเห็นทางน้ำลงถังชัดเจน
  • เฟอร์นิเจอร์กับเตียงใต้แอร์ถูกคลุมหรือย้ายออกก่อนเริ่มงาน
  • มีถังรองน้ำจริง ไม่ใช่การปล่อยให้น้ำไหลลงพื้นแล้วเช็ดภายหลัง

จุดที่ 2 ถอดหน้ากากออกจริงหรือไม่

นี่คือเกณฑ์ที่แยกงานล้างเต็มรูปแบบออกจากการฉีดผ่านได้ชัดที่สุด การล้างที่ถูกต้องต้องถอดฝาหน้าและหน้ากากออกจนเห็นคอยล์เย็นเป็นแผงครีบโลหะ พร้อมหุ้มกันน้ำที่แผงวงจรไว้ก่อน หากเป็นเพียงการเปิดฝาหน้าขึ้นแล้วสอดหัวฉีดเข้าไปตามช่องแคบ น้ำจะเข้าถึงเฉพาะผิวหน้าของคอยล์ ส่วนคราบที่อยู่ลึกในร่องครีบและที่ใบพัดจะยังคงอยู่ครบ

วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือระหว่างที่มีการฉีดน้ำ ให้สังเกตว่าคุณเห็นคอยล์เป็นแผงครีบโลหะเปลือย หรือยังมีชิ้นส่วนพลาสติกสีขาวบังอยู่ ถ้ายังเห็นพลาสติกบัง แสดงว่ายังไม่ได้ถอดหน้ากาก และการถอดเฉพาะแผ่นกรองออกยังไม่นับเป็นการถอดหน้ากากครับ

จุดที่ 3 น้ำที่ไหลออกมาสีอะไร

น้ำในถังรองเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้ตรงที่สุด เพราะเป็นสิ่งสกปรกที่ออกมาจากเครื่องของคุณเอง ระหว่างที่ช่างทำงาน ผมแนะนำให้เดินไปดูถังรองน้ำสักครั้ง แล้วเทียบสีน้ำที่เห็นกับเกณฑ์นี้

  • สิ่งที่เห็นในถังน้ำดำหรือน้ำตาลเข้ม มีตะกอน
    หมายความว่าอะไร
    ปกติมากสำหรับเครื่องที่ไม่ได้ล้างมา 6 เดือนขึ้นไป
    ควรทำอย่างไรต่อ
    ถ่ายภาพเก็บไว้เปรียบเทียบในรอบถัดไป ถือว่าการล้างได้ผล
  • สิ่งที่เห็นในถังน้ำขุ่นเทา มีเศษเป็นแผ่น
    หมายความว่าอะไร
    เขม่าและฝุ่นสะสม พบมากหลังผ่านฤดูหมอกควันของเชียงใหม่
    ควรทำอย่างไรต่อ
    เป็นเรื่องปกติ ควรสอบถามช่างว่าคอยล์อุดตันมากเพียงใด อาจต้องปรับรอบให้ถี่ขึ้น
  • สิ่งที่เห็นในถังมีเมือกลื่นหรือคราบเขียวดำลอย
    หมายความว่าอะไร
    เชื้อราและคราบชีวภาพลงถึงใบพัดแล้ว
    ควรทำอย่างไรต่อ
    รอบถัดไปควรเลือกถอดล้าง ไม่ใช่ล้างธรรมดา
  • สิ่งที่เห็นในถังน้ำใสเกือบเหมือนน้ำประปา
    หมายความว่าอะไร
    อาจสะอาดจริงหากเพิ่งล้างมาไม่นาน หรือการฉีดล้างอาจไม่ถึงคอยล์
    ควรทำอย่างไรต่อ
    สอบถามให้ชัดเจนว่าถอดหน้ากากแล้วหรือยัง และขอดูคอยล์
  • สิ่งที่เห็นในถังไม่มีน้ำในถังเลย
    หมายความว่าอะไร
    ไม่ได้ล้างด้วยน้ำ ใช้เพียงผ้าเช็ดหรือสเปรย์
    ควรทำอย่างไรต่อ
    ไม่ถือเป็นการล้างแอร์ ควรสอบถามก่อนชำระเงิน

มีข้อควรระวังหนึ่งข้อ หากเครื่องเพิ่งผ่านการล้างมาเมื่อ 3–4 เดือนก่อน น้ำที่ออกมาไม่เข้มมากถือเป็นเรื่องปกติ ผมจึงไม่แนะนำให้ใช้ความเข้มของสีน้ำเป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาประกอบกับจุดตรวจอื่นด้วย

จุดที่ 4 ล้างคอยล์ร้อนด้วยหรือไม่

แอร์หนึ่งชุดประกอบด้วยสองส่วน คอยล์เย็นอยู่ในห้อง และคอยล์ร้อนอยู่นอกอาคาร หน้าที่ของคอยล์ร้อนคือระบายความร้อนออกสู่อากาศภายนอก หากครีบอุดตันด้วยฝุ่น ใบไม้ หรือขนสัตว์ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนจะลดลง แรงดันในระบบสูงขึ้น คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น และผลปลายทางคือแอร์เย็นน้อยลงพร้อมกับค่าไฟที่เพิ่มขึ้น

งานล้างที่ครบถ้วนต้องทำความสะอาดทั้งสองส่วน การล้างคอยล์ร้อนรวมอยู่ในค่าบริการของผมแล้ว วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือเดินตามไปดูว่ามีการทำงานที่คอยล์ร้อนจริง และเมื่อเสร็จงานให้ดูว่าครีบด้านนอกสะอาดขึ้นและไม่มีใบไม้ติดค้าง

จุดที่ 5 เวลาที่ใช้ต่อเครื่อง บ่งชี้ได้ว่าทำครบขั้นตอนหรือไม่

เวลาไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพโดยตรง เพราะช่างที่ชำนาญย่อมทำงานได้เร็วกว่าโดยที่คุณภาพไม่ลดลง แต่เวลาบอกได้ว่ามีการทำครบขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากบางขั้นตอนย่นระยะเวลาไม่ได้ เช่น การถอดประกอบชิ้นส่วน และการรอให้ชิ้นส่วนสะเด็ดน้ำก่อนใส่กลับ

  • ประเภทงานล้างธรรมดา แอร์ผนัง 1 เครื่อง
    เวลาที่สมเหตุสมผล
    ประมาณ 45–60 นาที
    หากเร็วกว่านี้มาก อาจหมายความว่า
    อาจไม่ได้ถอดหน้ากาก หรือข้ามการล้างคอยล์ร้อน
  • ประเภทงานล้างธรรมดา เครื่องที่ 2 ขึ้นไปในบ้านเดียวกัน
    เวลาที่สมเหตุสมผล
    เร็วขึ้นได้เพราะเตรียมอุปกรณ์ครั้งเดียว
    หากเร็วกว่านี้มาก อาจหมายความว่า
    หากเสร็จภายใน 15 นาที ควรสอบถามว่าทำขั้นตอนใดไปบ้าง
  • ประเภทงานPremium Full Wash ถอดล้าง 100%
    เวลาที่สมเหตุสมผล
    ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
    หากเร็วกว่านี้มาก อาจหมายความว่า
    การถอดใบพัดกับถาดน้ำทิ้งออกมาล้างแยกใช้เวลามากกว่านี้เสมอ
  • ประเภทงานล้างเสร็จภายใน 15–20 นาที
    เวลาที่สมเหตุสมผล
    ไม่สมเหตุสมผลกับการล้างเต็มรูปแบบ
    หากเร็วกว่านี้มาก อาจหมายความว่า
    เป็นการฉีดผ่านหน้ากากและเช็ดภายนอกเป็นหลัก

จุดที่ 6 การตรวจวัดน้ำยาแอร์ ต้องวัดให้เห็นก่อนเสนอเติม

จุดนี้เป็นจุดที่ลูกค้าตรวจสอบด้วยตัวเองได้ยากที่สุดในงานบริการแอร์ ข้อเท็จจริงทางเทคนิคคือน้ำยาแอร์อยู่ในระบบปิดที่มีแรงดัน จึงไม่ลดลงตามอายุการใช้งานเหมือนน้ำมันเครื่อง หากตรวจพบว่าน้ำยาพร่อง แปลว่าระบบมีรอยรั่ว และการเติมโดยไม่หารอยรั่วก่อน คือการเสียค่าใช้จ่ายกับสารทำความเย็นที่จะรั่วออกไปอีกครั้ง

มาตรฐานที่ควรได้รับคือการต่อเกจวัดแรงดันให้ดูต่อหน้า ชี้ค่าที่อ่านได้บนหน้าปัด แล้วอธิบายว่าอยู่ในเกณฑ์หรือต่ำกว่าเกณฑ์ หากต่ำจริงก็ควรระบุต่อว่ารอยรั่วน่าจะอยู่ตำแหน่งใดและควรตรวจหาก่อนเติม ผมวัดให้ลูกค้าดูต่อหน้าทุกครั้ง และจะไม่เสนอให้เติมน้ำยาถ้าผลการวัดยังอยู่ในเกณฑ์

  • คุณขอดูเกจขณะตรวจวัดได้ และสอบถามความหมายของตัวเลขบนหน้าปัดได้
  • หากได้รับคำแนะนำให้เติมโดยไม่มีค่าที่วัดได้ประกอบ ควรขอให้ต่อเกจวัดก่อน
  • หากมีการเสนอให้เติม ควรสอบถามว่าคาดว่ารอยรั่วอยู่ตำแหน่งใด และขอเวลาพิจารณาก่อนตัดสินใจ
  • น้ำยา R32 และ R410A ผมคิดปอนด์ละ 25 บาท และแจ้งจำนวนปอนด์ให้ทราบก่อนเติม
  • หากแอร์ทำความเย็นได้ตามปกติ โดยหลักการแล้วไม่มีเหตุผลทางเทคนิคที่ต้องเติมน้ำยา

แอร์ที่ทำความเย็นได้ตามปกติ ผมไม่มีเหตุผลทางเทคนิคที่จะเติมน้ำยาให้ หากตรวจแล้วพบว่าพร่องจริง หน้าที่ของผมคือหารอยรั่วและแก้ที่ต้นเหตุ

— ช่างอาร์ม โปรเฟรชแคร์

จุดที่ 7 เก็บงานเรียบร้อยหรือไม่

ขั้นตอนสุดท้ายสะท้อนมาตรฐานการทำงานได้ชัดที่สุด เพราะเป็นช่วงที่งานหลักเสร็จแล้วและมีคิวถัดไปรออยู่ การเก็บงานเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ส่งมอบ และความต่างระหว่างงานที่เก็บเรียบร้อยกับงานที่รีบปิดจะเห็นได้ชัดหากคุณทราบว่าต้องดูจุดใด

  1. 1ชิ้นส่วนถูกใส่กลับครบและเข้าล็อกทุกจุด ไม่มีฝาที่ปิดไม่สนิทหรือขยับได้
  2. 2ทดสอบเดินเครื่องต่อหน้าคุณ ฟังเสียงและตรวจว่าลมที่ออกมาเย็นตามปกติ
  3. 3ตรวจว่าน้ำทิ้งไหลออกทางท่อตามปกติ ไม่มีน้ำหยดจากตัวเครื่อง
  4. 4พื้นและผนังแห้งสะอาด เก็บผ้าใบกับถังน้ำออกหมด
  5. 5อธิบายสภาพที่พบในเครื่อง ระดับการอุดตันของคอยล์ จุดที่ควรเฝ้าดู และรอบล้างครั้งถัดไป
  6. 6แจ้งเงื่อนไขรับประกันให้ชัดเจน เงื่อนไขของผมคือรับประกันน้ำหยด 30 วันสำหรับงานล้างธรรมดา และ 60 วันสำหรับงานถอดล้างพิเศษ

ข้อที่ห้ามีน้ำหนักมากกว่าที่หลายคนคาดครับ การสรุปงานที่ดีควรอธิบายสภาพภายในได้เป็นรูปธรรม เช่น ระดับคราบที่คอยล์ สภาพถาดน้ำทิ้ง และจุดที่ควรเฝ้าดูในรอบถัดไป การสรุปงานที่ให้รายละเอียดได้จึงเป็นเกณฑ์หนึ่งที่คุณใช้ประเมินได้

ก่อนตกลงราคา ควรถามอะไรให้ชัด

ราคาค่าล้างแอร์ในเชียงใหม่มีหลายระดับ ไม่ว่าราคาที่ได้รับแจ้งจะสูงหรือต่ำ สิ่งที่ช่วยให้เทียบได้ตรงกันคือการถามให้ชัดก่อนตกลงว่าราคานั้นครอบคลุมขั้นตอนใดบ้าง งานล้างที่ทำครบขั้นตอนใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงต่อเครื่อง และมีต้นทุนทั้งค่าเดินทาง น้ำยาล้าง ผ้าใบ ถุงรองน้ำ และค่าแรง คำถามต่อไปนี้ใช้ถามผู้ให้บริการได้ทุกราย รวมถึงผมด้วย

  • ราคาที่แจ้งรวมการถอดหน้ากากและการล้างคอยล์ร้อนหรือไม่
  • มีการปูผ้าใบและหุ้มกันน้ำก่อนเริ่มงานหรือไม่
  • มีรายการใดที่อาจคิดเพิ่มที่หน้างาน เช่น การเติมน้ำยาหรือการเปลี่ยนอะไหล่
  • มีเงื่อนไขรับประกันงานหรือไม่ และครอบคลุมกี่วัน

ราคาของผมแจ้งครบก่อนนัดหมายเสมอ ล้างธรรมดาขนาด 9,000–18,000 BTU เครื่องละ 500 บาท ถ้า 3 เครื่องขึ้นไปคิดเครื่องละ 450 บาท ขนาด 18,001–36,000 BTU เครื่องละ 650 บาท ถ้า 2 เครื่องขึ้นไปคิดเครื่องละ 600 บาท ส่วน Premium Full Wash ถอดล้าง 100% อยู่ที่ 2,300–2,500 บาท หากมีรายการใดที่ทำให้ราคาเปลี่ยน ผมแจ้งก่อนลงมือ และผมออกใบกำกับภาษีเต็มรูปในนามบริษัทให้ได้

สรุป รายการตรวจสอบที่พิมพ์เก็บไว้ได้

  • ก่อนเริ่มงาน มีการปูผ้าใบและหุ้มกันน้ำรอบตัวเครื่องหรือไม่
  • ระหว่างล้าง เห็นคอยล์เป็นครีบโลหะเปลือย หรือยังมีพลาสติกบังอยู่
  • ในถังรองน้ำ มีน้ำสกปรกออกมาจริงหรือไม่ และมีลักษณะอย่างไร
  • มีการล้างคอยล์ร้อนนอกอาคารด้วยหรือไม่
  • เวลาที่ใช้ต่อเครื่อง สอดคล้องกับขอบเขตงานที่ตกลงกันไว้หรือไม่
  • หากมีการเสนอเติมน้ำยา ได้ต่อเกจวัดให้ดูต่อหน้าและอธิบายสาเหตุหรือไม่
  • เก็บงานเรียบร้อย ทดสอบเดินเครื่องต่อหน้า และแจ้งเงื่อนไขรับประกันหรือไม่

เวลาผมเข้าไปทำงานที่บ้านคุณ ยืนดูได้ทุกขั้นตอนและสอบถามได้ทุกจุด หากมีการตรวจน้ำยา ผมแสดงผลวัดให้ดูก่อนพิจารณาว่าจำเป็นต้องเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ชำระเงินไปแล้วจึงทราบว่าช่างไม่ได้ถอดหน้ากาก ควรดำเนินการอย่างไร

ติดต่อผู้ให้บริการรายนั้นทันทีพร้อมภาพถ่ายหน้างานครับ หากยังอยู่ในระยะรับประกัน ผู้ให้บริการที่มีเงื่อนไขชัดเจนควรกลับมาแก้ไขให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่หากติดต่อกลับไม่ได้ ในทางปฏิบัติจะเรียกร้องต่อได้ยาก ผมจึงแนะนำว่าครั้งถัดไปควรเลือกผู้ให้บริการที่ระบุขอบเขตงานและเงื่อนไขรับประกันเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ก่อนนัดหมาย

ล้างเสร็จแล้วแอร์ไม่เย็นขึ้นเลย แสดงว่าช่างไม่ได้ล้างหรือไม่

ไม่เสมอไปครับ หากคอยล์อุดตันมาก หลังล้างเสร็จลมจะแรงขึ้นและเย็นเร็วขึ้นจนสังเกตได้ชัด แต่ถ้าเครื่องผ่านการล้างสม่ำเสมออยู่แล้ว ความต่างจะน้อยเพราะเดิมก็ไม่ได้อุดตัน และถ้าต้นเหตุจริงคือน้ำยารั่วหรือคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ การล้างจะไม่ทำให้เย็นขึ้น กรณีนี้ต้องตรวจหาสาเหตุ ค่าตรวจเช็ค 500 บาท หากตกลงซ่อมกับผม ผมหักคืนให้

ได้รับคำแนะนำว่าต้องเติมน้ำยาทุกปี ถูกต้องหรือไม่

ข้อมูลนี้คลาดเคลื่อนครับ น้ำยาแอร์อยู่ในระบบปิดและไม่ได้ถูกใช้หมดไปตามเวลา หากต้องเติมทุกปี แปลว่าระบบมีรอยรั่วที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งที่ควรทำคือตรวจหาจุดรั่วแล้วซ่อมที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ตั้งเป็นรายการค่าใช้จ่ายประจำปี

ไม่สะดวกยืนดูตลอด มีวิธีตรวจสอบภายหลังหรือไม่

มีครับ ผมแนะนำสามข้อ ข้อแรกคือเดินไปดูถังรองน้ำสักครั้งระหว่างงาน ข้อที่สองคือถ่ายภาพคอยล์ในจังหวะที่หน้ากากถูกถอดออก เพื่อเก็บไว้เทียบกับรอบถัดไป ข้อที่สามคือเดินไปดูคอยล์ร้อนนอกอาคารตอนจบงานว่าสะอาดขึ้นหรือไม่ สามข้อนี้รวมกันใช้เวลาไม่ถึงห้านาที แต่ครอบคลุมจุดตรวจหลักได้เกือบทั้งหมด

ราคาที่ต่ำกว่ามาก เป็นเพราะไม่มีค่าเดินทางหรือไม่

เป็นไปได้ครับ ผู้ให้บริการที่อยู่ในละแวกเดียวกัน หรือรับงานหลายหลังในซอยเดียวกัน มีต้นทุนการเดินทางต่ำกว่า จึงเสนอราคาต่ำกว่าได้โดยที่ขอบเขตงานยังครบ ผมจึงแนะนำว่าไม่ควรพิจารณาจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ให้สอบถามให้ชัดว่าราคานั้นรวมการถอดหน้ากาก การล้างคอยล์ร้อน และรับประกันกี่วัน หากตอบได้ครบถือว่าเป็นข้อเสนอที่ดี หากตอบไม่ชัดเจน ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ปรึกษาไม่มีค่าใช้จ่าย

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · นอกเวลามีค่าบริการเพิ่ม

โทรถามคิวLINE ประเมินฟรี