ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โปรเฟรชแคร์ช่างแอร์เชียงใหม่ ถึงบ้าน

ราคาและค่าใช้จ่าย

น้ำยาแอร์ R32 R410A R22 ต่างกันอย่างไร และสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตกลงเติมน้ำยา

แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่แทบทุกรุ่นใช้ R32 บทความนี้เทียบราคาน้ำยาแต่ละชนิด และสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตกลงเติม

ระยะใกล้เกจวัดแรงดันน้ำยาแอร์ที่ต่อสายไว้ระหว่างตรวจเช็คระบบ
ระยะใกล้เกจวัดแรงดันน้ำยาแอร์ที่ต่อสายไว้ระหว่างตรวจเช็คระบบ
เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 9 นาที

ต้องการให้ช่างตรวจอาการนี้?

ซ่อมแอร์เชียงใหม่ ปกติเข้าหน้างานภายใน 24 ชม.

แอร์ไม่เย็น น้ำหยด เสียงดัง ตรวจเช็ค 500.-

เรื่องน้ำยาแอร์เป็นจุดที่ผู้ใช้มีข้อมูลน้อยที่สุดในงานบริการแอร์ เพราะน้ำยาเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น วัดเองไม่ได้ และตรวจสอบด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่าเติมเข้าไปกี่ปอนด์ เมื่อ R32 ยังไม่มีราคากลางประกาศไว้ให้เทียบ ช่องว่างของข้อมูลตรงนี้ก็ยิ่งกว้างขึ้น ผมจึงเขียนบทความนี้เพื่อให้คุณมีเกณฑ์ไว้ตรวจสอบด้วยตัวเอง

มีสามเรื่องที่คุณควรทราบไว้ก่อนให้ผู้ให้บริการรายใดเติมน้ำยาเข้าเครื่องของคุณ คือแอร์ที่บ้านคุณใช้น้ำยาชนิดใด น้ำยาแต่ละชนิดต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ และควรสอบถามอะไรบ้างก่อนตกลงราคา

ตรวจสอบก่อนว่าแอร์บ้านคุณใช้น้ำยาอะไร

ขั้นตอนนี้คุณทำเองได้ภายในสามนาทีโดยไม่ต้องเรียกช่าง และเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดเวลาพูดคุยกับผู้ให้บริการ เพราะเมื่อคุณระบุได้ทันทีว่าเครื่องใช้ R32 การสนทนาเรื่องราคาก็จะอยู่บนข้อมูลที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น

  1. 1

    ไปดูที่คอยล์ร้อนนอกบ้าน

    ตัวเครื่องขนาดใหญ่ที่วางอยู่นอกบ้านหรือแขวนอยู่ข้างผนัง จะมีสติกเกอร์แผ่นข้อมูลติดอยู่ด้านข้างหรือด้านหลัง ส่วนใหญ่เป็นสติกเกอร์สีเงินหรือสีขาว

  2. 2

    หาบรรทัดที่ระบุคำว่า Refrigerant

    บางเครื่องระบุว่า REFRIGERANT บางเครื่องใช้สัญลักษณ์ R ตามด้วยตัวเลข สิ่งที่คุณจะเห็นคือ R32 R410A หรือ R22 พร้อมน้ำหนักน้ำยาที่โรงงานชาร์จมา เช่น 0.90 kg

  3. 3

    หากสติกเกอร์ซีดจนอ่านไม่ออก ให้ดูที่ฝาครอบวาล์ว

    หลายยี่ห้อพิมพ์ชนิดน้ำยาไว้ใกล้กับชุดวาล์วบริการที่ต่อท่อ หรือตรวจสอบจากคู่มือและใบรับประกันที่เก็บไว้ตั้งแต่ตอนซื้อได้เช่นกัน

  4. 4

    ใช้อายุเครื่องเป็นข้อมูลประกอบ

    แอร์อินเวอร์เตอร์ที่ซื้อมาไม่กี่ปีนี้แทบทั้งหมดใช้ R32 ส่วนแอร์ที่ซื้อมานานมากและเป็นแบบธรรมดาไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ มีโอกาสสูงว่าเป็น R22

  5. 5

    บันทึกข้อมูลไว้ในโทรศัพท์

    ถ่ายรูปสติกเกอร์เก็บไว้ ทั้งชนิดน้ำยา น้ำหนักที่ชาร์จ รุ่นเครื่อง และหมายเลขเครื่อง ครั้งต่อไปที่ต้องเรียกช่าง คุณส่งรูปเดียวได้ครบทุกข้อมูลครับ

ตารางเทียบน้ำยาแอร์ R32 R410A และ R22 แบบใช้งานจริง

  • หัวข้อพบในเครื่องลักษณะใด
    R32
    แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่แทบทุกรุ่น
    R410A
    แอร์รุ่นกลางที่ออกก่อนยุค R32
    R22
    แอร์รุ่นเก่า ส่วนใหญ่เป็นแบบธรรมดา
  • หัวข้อเป็นสารเดี่ยวหรือสารผสม
    R32
    สารเดี่ยว
    R410A
    สารผสมสองชนิด
    R22
    สารเดี่ยว
  • หัวข้อรั่วแล้วเติมเพิ่มทับได้หรือไม่
    R32
    เติมเพิ่มได้หลังซ่อมรอยรั่ว
    R410A
    ไม่ได้ ต้องถ่ายทิ้งแล้วเติมใหม่ทั้งระบบ
    R22
    เติมเพิ่มได้หลังซ่อมรอยรั่ว
  • หัวข้อประสิทธิภาพการทำความเย็น
    R32
    ดีที่สุดในสามชนิด ใช้น้ำยาน้อยกว่าต่อความเย็นเท่ากัน
    R410A
    ดี
    R22
    ต่ำกว่าสองชนิดแรก
  • หัวข้อผลต่อชั้นโอโซน
    R32
    ไม่ทำลายชั้นโอโซน
    R410A
    ไม่ทำลายชั้นโอโซน
    R22
    ทำลายชั้นโอโซน จึงถูกทยอยเลิกใช้
  • หัวข้อผลต่อภาวะโลกร้อน
    R32
    ต่ำกว่า R410A อย่างชัดเจน
    R410A
    สูง
    R22
    สูง
  • หัวข้อสถานะในตลาดปัจจุบัน
    R32
    มาตรฐานของเครื่องใหม่
    R410A
    ยังหาได้ แต่เครื่องใหม่เลิกใช้แล้ว
    R22
    หายากขึ้นและมีราคาสูงขึ้นตามเวลา
  • หัวข้อราคาตลาดเชียงใหม่ต่อปอนด์
    R32
    ยังไม่มีราคากลางให้เทียบ
    R410A
    ราว 75 บาท
    R22
    ราว 25 บาท
  • หัวข้อราคาของโปรเฟรชแคร์
    R32
    25 บาท
    R410A
    25 บาท
    R22
    25 บาท

จุดที่ต่างกันชัดที่สุดคือราคาต่อปอนด์ ราคาตลาดของ R410A อยู่ที่ราว 75 บาทต่อปอนด์ ส่วน R32 ยังไม่มีราคากลางให้เทียบ สำหรับผมคิดน้ำยาทั้งสามชนิดที่ปอนด์ละ 25 บาทเท่ากัน โดยไม่แยกอัตราตามชนิดน้ำยา เพราะผมไม่พบเหตุผลทางเทคนิคที่ผู้ใช้แอร์รุ่นใหม่จะต้องจ่ายสูงกว่าเพียงเพราะเครื่องของตนใหม่กว่าครับ

เหตุใด R410A จึงเติมเพิ่มทับของเดิมไม่ได้

ข้อนี้เป็นเรื่องที่ช่วยให้คุณเลี่ยงค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนได้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง R410A ไม่ใช่สารเดี่ยว แต่เป็นสารผสมของสารทำความเย็นสองชนิดที่ผสมกันในสัดส่วนเฉพาะ เมื่อระบบมีรอยรั่ว สารทั้งสองจะรั่วออกไปในอัตราที่ไม่เท่ากัน สัดส่วนของน้ำยาที่ค้างอยู่ในระบบจึงคลาดเคลื่อนไปจากที่ควรจะเป็น

หากเติม R410A ใหม่ทับของเดิมที่สัดส่วนเปลี่ยนไปแล้ว ระบบจะได้ส่วนผสมที่ไม่ตรงสเปกอีกต่อไป แรงดันทำงานคลาดเคลื่อน ความเย็นไม่ได้ตามที่ควรเป็น และคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักกว่าเดิม วิธีที่ถูกต้องคือถ่ายน้ำยาเก่าออกให้หมด ซ่อมรอยรั่ว ทำสุญญากาศเพื่อไล่ความชื้นและอากาศออกจากระบบ แล้วชั่งน้ำหนักเติมใหม่ตามที่ระบุไว้บนสติกเกอร์ข้างเครื่อง

สิ่งที่ผมอยากเน้นคือการถ่ายทิ้งแล้วเติมใหม่ไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายของคุณสูงขึ้น เพราะผมคิด R410A ที่ปอนด์ละ 25 บาทเท่ากับ R32 การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องจึงไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสูงขึ้นอย่างที่หลายท่านกังวล

R22 กำลังถูกเลิกใช้ แล้วแอร์เก่าที่บ้านต้องทำอย่างไร

R22 เป็นน้ำยาที่ทำลายชั้นโอโซน จึงถูกทยอยเลิกผลิตและเลิกใช้ทั่วโลก ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้จริงมีสองข้อ ข้อแรกคือหาน้ำยามาเติมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อที่สองคือราคามีแนวโน้มปรับขึ้นตามความหายาก

หากแอร์ที่บ้านยังเป็น R22 และยังใช้งานได้ดี ผมไม่แนะนำให้รีบเปลี่ยนเครื่องในตอนนี้ แต่ควรพิจารณาตามเงื่อนไขต่อไปนี้

  • เครื่องยังเย็นดี ไม่รั่ว และล้างสม่ำเสมอ ใช้งานต่อไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน
  • เริ่มรั่วซ้ำจนต้องเติมน้ำยาปีละหลายครั้ง ถึงจุดที่ควรคำนวณเปรียบเทียบว่าการเปลี่ยนเครื่องใหม่คุ้มค่ากว่าหรือไม่
  • คอมเพรสเซอร์เสียหายในเครื่อง R22 ที่มีอายุการใช้งานมากแล้ว เกือบทุกกรณีการเปลี่ยนเครื่องคุ้มค่ากว่าการซ่อม
  • ไม่ควรดัดแปลงระบบ R22 เดิมไปใช้น้ำยาชนิดอื่นโดยไม่เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพราะน้ำมันหล่อลื่นในคอมเพรสเซอร์และแรงดันทำงานเป็นคนละแบบกัน

R32 คือมาตรฐานใหม่ แต่ราคายังเป็นช่องว่างของข้อมูล

แอร์อินเวอร์เตอร์ที่จำหน่ายในประเทศไทยขณะนี้แทบทั้งหมดใช้ R32 เหตุผลที่ผู้ผลิตเปลี่ยนมาใช้สารตัวนี้คือทำความเย็นได้ดีกว่าต่อปริมาณน้ำยาเท่ากัน ระบบจึงใช้น้ำยาน้อยลง และส่งผลต่อภาวะโลกร้อนต่ำกว่า R410A อย่างชัดเจน

แต่ปัจจุบันยังไม่มีราคากลางของ R32 ประกาศไว้ให้เทียบ ราคาที่ประกาศกันทั่วไปมีเพียง R-22 กับ R-410A ผู้ใช้แอร์อินเวอร์เตอร์จึงไม่มีเกณฑ์เปรียบเทียบก่อนตกลงเติม

จุดยืนของผมคือคิดค่าน้ำยา R32 ที่ปอนด์ละ 25 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่ตลาดเชียงใหม่ประกาศไว้สำหรับ R22 และผมแจ้งจำนวนปอนด์ให้ทราบก่อนเติม

น้ำยาแอร์ไม่หมดไปเอง หากพร่องหมายความว่ามีรอยรั่ว

ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและสร้างค่าใช้จ่ายมากที่สุดคือความเข้าใจว่าน้ำยาแอร์เป็นของสิ้นเปลืองที่ต้องเติมทุกปีเหมือนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์ ข้อเท็จจริงคือระบบแอร์เป็นระบบปิดสนิท น้ำยาหมุนเวียนอยู่ในวงจรเดิมตลอด ไม่ได้ถูกเผาไหม้หรือใช้หมดไป

ดังนั้นหากน้ำยาพร่อง หมายความว่ามีการรั่วออกไปทางใดทางหนึ่ง จุดที่ผมพบว่ารั่วบ่อยที่สุดคือรอยต่อแฟลร์ที่ปลายท่อ ท่อทองแดงที่ผุกร่อนจากการตากแดดตากฝนเป็นเวลานาน ตัววาล์วบริการ และรอยเชื่อมที่คอยล์ หากเติมโดยไม่ตรวจหารอยรั่ว น้ำยาชุดใหม่จะรั่วออกไปทางเดิม และคุณจะพบปัญหาเดิมอีกครั้ง

  • สิ่งที่คุณสังเกตเห็นลมแรงเท่าเดิมแต่ไม่เย็น
    น่าจะเป็นน้ำยาพร่อง
    มีโอกาสสูง
    อาจเป็นสาเหตุอื่น
    คาปาซิเตอร์เสื่อมจนคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน
  • สิ่งที่คุณสังเกตเห็นลมออกเบาลงชัดเจน
    น่าจะเป็นน้ำยาพร่อง
    โอกาสต่ำ
    อาจเป็นสาเหตุอื่น
    คอยล์เย็นหรือแผ่นกรองตัน ต้องล้าง
  • สิ่งที่คุณสังเกตเห็นมีน้ำแข็งเกาะที่ท่อทองแดงเส้นใหญ่
    น่าจะเป็นน้ำยาพร่อง
    มีโอกาส
    อาจเป็นสาเหตุอื่น
    คอยล์สกปรกจนอากาศผ่านไม่พอ
  • สิ่งที่คุณสังเกตเห็นเย็นตอนกลางคืนแต่กลางวันไม่เย็น
    น่าจะเป็นน้ำยาพร่อง
    มีโอกาส
    อาจเป็นสาเหตุอื่น
    คอยล์ร้อนสกปรกจนระบายความร้อนไม่ทัน
  • สิ่งที่คุณสังเกตเห็นเพิ่งเติมน้ำยาไม่กี่เดือนแล้วอาการกลับมา
    น่าจะเป็นน้ำยาพร่อง
    แทบแน่นอนว่ารั่ว
    อาจเป็นสาเหตุอื่น
    ไม่มี ต้องหาจุดรั่วอย่างเดียว

ห้าข้อที่ควรตรวจสอบก่อนตกลงให้เติมน้ำยา

  1. 1แอร์เครื่องนี้ใช้น้ำยาชนิดใด และช่างตรวจสอบจากจุดใด หากตอบไม่ได้หมายความว่ายังไม่ได้ดูสติกเกอร์ข้อมูลเครื่อง
  2. 2ขณะนี้แรงดันวัดได้เท่าใด เทียบกับค่าปกติของเครื่องรุ่นนี้แล้วต่างกันเท่าใด และขอดูหน้าเกจได้หรือไม่
  3. 3น้ำยาที่หายไปรั่วออกไปทางใด ได้ตรวจหาจุดรั่วแล้วหรือยัง และจะตรวจด้วยวิธีใด
  4. 4จะเติมกี่ปอนด์ คิดปอนด์ละเท่าใด และยอดรวมเท่าใด
  5. 5หากเป็น R410A จะถ่ายน้ำยาเก่าออกแล้วชั่งเติมใหม่ตามน้ำหนักที่ระบุข้างเครื่องหรือไม่

คำถามทั้งห้าข้อนี้ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที แต่เปลี่ยนบทสนทนาจากการอาศัยความไว้วางใจเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นการพูดคุยบนตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ผู้ให้บริการที่ทำงานตามขั้นตอนจะตอบได้ครบทุกข้อครับ

หากไม่แน่ใจว่าแอร์บ้านคุณใช้น้ำยาชนิดใด ถ่ายรูปสติกเกอร์ข้างคอยล์ร้อนส่งเข้ามาทาง LINE ได้ครับ ผมตรวจสอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และแจ้งตามจริงว่าอาการที่เป็นอยู่จำเป็นต้องเติมน้ำยา หรือเพียงต้องล้างเครื่อง

สรุป

  • ตรวจสอบชนิดน้ำยาได้เองจากสติกเกอร์ข้างคอยล์ร้อนนอกบ้าน และควรถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์
  • R32 คือมาตรฐานของแอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพดีกว่าและกระทบภาวะโลกร้อนน้อยกว่า R410A
  • R410A เป็นสารผสม เมื่อรั่วต้องถ่ายทิ้งแล้วชั่งเติมใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่เติมเพิ่มทับของเดิม
  • R22 กำลังถูกเลิกใช้ หากเครื่องยังดีก็ใช้งานต่อได้ แต่หากรั่วซ้ำควรคำนวณเรื่องการเปลี่ยนเครื่อง
  • R32 ยังไม่มีราคากลางให้เทียบ ผมคิดน้ำยาทั้งสามชนิดที่ปอนด์ละ 25 บาทเท่ากัน
  • น้ำยาไม่หมดไปเอง หากพร่องหมายความว่ามีรอยรั่ว ต้องตรวจหาจุดรั่วก่อนเติมทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

แอร์ที่บ้านใช้น้ำยาชนิดใด ตรวจสอบเองได้หรือไม่

ตรวจสอบเองได้โดยไม่ต้องเรียกช่างครับ เดินไปที่คอยล์ร้อนนอกบ้าน แล้วหาสติกเกอร์แผ่นข้อมูลที่ติดอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังตัวเครื่อง จะมีบรรทัดที่ระบุคำว่า Refrigerant ตามด้วย R32 R410A หรือ R22 พร้อมน้ำหนักที่โรงงานชาร์จมา แนะนำให้ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ ครั้งต่อไปที่เรียกช่างจะได้ส่งรูปเดียวครบทุกข้อมูล

R32 ดีกว่า R410A อย่างไร

มีสองเรื่องหลัก เรื่องแรกคือ R32 ทำความเย็นได้ดีกว่าต่อปริมาณน้ำยาเท่ากัน ระบบจึงใช้น้ำยาน้อยลง เรื่องที่สองคือส่งผลต่อภาวะโลกร้อนต่ำกว่า R410A อย่างชัดเจน และในทางปฏิบัติ R32 เป็นสารเดี่ยว เมื่อซ่อมรอยรั่วเรียบร้อยแล้วสามารถเติมเพิ่มได้ ต่างจาก R410A ที่เป็นสารผสมและต้องถ่ายทิ้งเติมใหม่ทั้งระบบครับ

เหตุใดค่าน้ำยา R32 ในตลาดจึงมีหลายราคา

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันยังไม่มีราคากลางของ R32 ประกาศไว้ให้เทียบ ราคาที่ประกาศกันทั่วไปมีเพียง R-22 ปอนด์ละ 25 บาท และ R-410A ปอนด์ละ 75 บาท เมื่อไม่มีราคาอ้างอิง ผู้ใช้แอร์อินเวอร์เตอร์จึงไม่มีเกณฑ์เปรียบเทียบ ส่วนผมคิด R32 ที่ปอนด์ละ 25 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่ตลาดประกาศไว้สำหรับ R22 เพราะไม่พบเหตุผลด้านต้นทุนที่จะคิดสูงกว่านั้นครับ

เหตุใดเติมน้ำยาแล้วอีกไม่กี่เดือนจึงต้องเติมซ้ำ

เพราะระบบมีรอยรั่วและยังไม่ได้รับการซ่อม ระบบแอร์เป็นระบบปิด น้ำยาไม่ได้ถูกใช้หมดไปเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง หากพร่องหมายความว่ารั่วออกไปทางใดทางหนึ่ง จุดที่รั่วบ่อยคือรอยต่อแฟลร์ที่ปลายท่อ ท่อทองแดงที่ผุจากแดดและฝน และตัววาล์วบริการ การเติมโดยไม่ตรวจหารอยรั่วจึงเป็นการเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้น้ำยารั่วออกไปอีกรอบครับ

แอร์เก่าใช้ R22 อยู่ จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องโดยเร็วหรือไม่

ยังไม่จำเป็นหากเครื่องยังเย็นดีและไม่รั่ว แต่ควรทราบไว้ว่า R22 ถูกทยอยเลิกใช้เพราะทำลายชั้นโอโซน จึงหาน้ำยาได้ยากขึ้นและมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นตามลำดับ จุดที่ควรพิจารณาเปลี่ยนคือเมื่อเริ่มรั่วซ้ำจนต้องเติมปีละหลายครั้ง หรือเมื่อคอมเพรสเซอร์เสียหาย และไม่ควรดัดแปลงระบบไปใช้น้ำยาชนิดอื่นโดยไม่เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพราะน้ำมันหล่อลื่นและแรงดันทำงานเป็นคนละแบบกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ปรึกษาไม่มีค่าใช้จ่าย

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · ยืนยันคิวก่อนนัด

โทรถามคิวLINE ประเมินฟรี