ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โปรเฟรชแคร์ช่างแอร์เชียงใหม่ ถึงบ้าน

ราคาและค่าใช้จ่าย

ค่าซ่อมแอร์เชียงใหม่ เท่าใดจึงเรียกว่าแพง และสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตกลงราคา

ค่าซ่อมแอร์ประกอบด้วยค่าตรวจเช็ค ค่าแรง และค่าอะไหล่ บทความนี้แจกแจงให้เห็นว่าตัวเลขที่ได้รับสมเหตุสมผลหรือไม่

ชุดเกจวัดแรงดันสองหน้าปัดแขวนอยู่หน้าคอยล์ร้อนระหว่างเช็คน้ำยา
ชุดเกจวัดแรงดันสองหน้าปัดแขวนอยู่หน้าคอยล์ร้อนระหว่างเช็คน้ำยา
เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 9 นาที

ต้องการให้ช่างตรวจอาการนี้?

ซ่อมแอร์เชียงใหม่ ปกติเข้าหน้างานภายใน 24 ชม.

แอร์ไม่เย็น น้ำหยด เสียงดัง ตรวจเช็ค 500.-

ความรู้สึกไม่แน่ใจว่าราคาที่ได้รับสมเหตุสมผลหรือไม่ เป็นเรื่องที่ผมเข้าใจดี เพราะราคาซ่อมแอร์เป็นตัวเลขที่หาเทียบล่วงหน้าได้ยาก

ราคาอะไหล่ขึ้นอยู่กับรุ่น ยี่ห้อ และประเภทของเครื่องว่าเป็นอินเวอร์เตอร์หรือไม่ ซึ่งต่างกันได้มาก สิ่งที่ผมทำได้คือแจกแจงให้เห็นว่าบิลค่าซ่อมหนึ่งใบประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้คุณตั้งคำถามได้ถูกจุดและประเมินได้เองว่าตัวเลขที่ได้รับสมเหตุสมผลเพียงใด

ค่าซ่อมแอร์หนึ่งบิล ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ค่าซ่อมแอร์ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายก้อนเดียว แต่ประกอบด้วยสี่ส่วนซ้อนกันอยู่ และผู้ให้บริการที่ทำงานอย่างโปร่งใสจะแยกให้คุณเห็นได้ทีละส่วน

  • รายการค่าตรวจเช็ควินิจฉัย
    คืออะไร
    ค่าเดินทางและเวลาช่างในการหาสาเหตุที่แท้จริง
    ราคาที่ผมคิด
    500.- หักคืนให้หากตัดสินใจซ่อมกับผม
  • รายการตรวจระดับน้ำยาแอร์
    คืออะไร
    วัดแรงดันเพื่อตรวจสอบว่าน้ำยาพร่องหรือไม่
    ราคาที่ผมคิด
    ไม่คิดค่าบริการ ตรวจให้ดูต่อหน้า หากไม่พร่องจะไม่เติม
  • รายการค่าแรงซ่อม
    คืออะไร
    เวลาและความชำนาญในการถอด เปลี่ยน และทดสอบ
    ราคาที่ผมคิด
    แจ้งราคาก่อนซ่อมเสมอ ขึ้นกับลักษณะงาน
  • รายการค่าอะไหล่
    คืออะไร
    ตัวชิ้นส่วนที่เปลี่ยนจริง
    ราคาที่ผมคิด
    แจ้งราคาก่อนซ่อมเสมอ ขึ้นกับรุ่นและอะไหล่
  • รายการน้ำยาแอร์ R32
    คืออะไร
    เติมเมื่อระบบขาดจริงและซ่อมรอยรั่วแล้ว
    ราคาที่ผมคิด
    25.- / ปอนด์
  • รายการน้ำยาแอร์ R410A
    คืออะไร
    เป็นสารผสม ต้องถ่ายทิ้งแล้วเติมใหม่ทั้งระบบ
    ราคาที่ผมคิด
    25.- / ปอนด์

ช่องค่าแรงและค่าอะไหล่ผมระบุว่าแจ้งราคาก่อนซ่อม เพราะการประเมินราคาทางโทรศัพท์โดยที่ยังไม่ได้เห็นเครื่องคือต้นทางของปัญหาเกือบทั้งหมด การระบุราคาซ่อมอย่างมั่นใจทางโทรศัพท์โดยไม่สอบถามรุ่นเครื่องเลย มักจบลงด้วยการปรับราคาเพิ่มที่หน้างานในที่สุด

ค่าตรวจเช็คแอร์ 500 บาท แพงไปหรือไม่

หลายท่านลังเลกับตัวเลขนี้ เพราะคุ้นเคยกับบริการที่แจ้งว่าเข้าตรวจสอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ข้อเท็จจริงด้านต้นทุนคือค่าน้ำมันและเวลาที่ช่างใช้หาสาเหตุมีอยู่เสมอไม่ว่าจะเรียกเก็บแยกออกมาหรือไม่ ความต่างจึงอยู่ที่ต้นทุนก้อนนี้ถูกวางไว้ที่บรรทัดใดของบิล และคุณตรวจสอบได้ด้วยคำถามสี่ข้อต่อไปนี้

  • ค่าเดินทางและค่าเวลาในการตรวจรวมอยู่ในค่าแรงหรือค่าอะไหล่ ขอทราบตัวเลขแยกแต่ละส่วนก่อนตัดสินใจ
  • หากตรวจแล้วเลือกยังไม่ซ่อมในวันนี้ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนใดหรือไม่ และเท่าใด
  • สรุปว่าอะไหล่ชิ้นนี้เสียหายจากการวัดค่าใดบ้าง ขอดูค่าที่วัดได้ประกอบด้วย
  • หากต้องเปลี่ยนอะไหล่หลายชิ้น ขอให้ทดสอบและอธิบายทีละชิ้นว่าชิ้นใดเสียหายจริง ชิ้นใดเปลี่ยนเพื่อป้องกันล่วงหน้า

สำหรับผม ต้นทุนก้อนนี้อยู่ที่บรรทัดแรกของบิลอย่างเปิดเผย คือค่าตรวจเช็ค 500 บาท แล้วหักคืนให้เต็มจำนวนหากคุณตัดสินใจซ่อมกับผม ค่าตรวจเช็คนี้ครอบคลุมเวลาที่ใช้หาสาเหตุ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจซ่อมหรือไม่ หากผมตรวจแล้วพบว่าการล้างเพียงอย่างเดียวแก้ปัญหาได้ ผมจะแจ้งให้ทราบตามนั้นครับ

ค่าซ่อมแอร์เท่าใดจึงเรียกว่าแพง

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขโดยลำพัง แต่อยู่ที่ตัวเลขนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับสามสิ่งต่อไปนี้แล้วเป็นอย่างไร

  1. 1เทียบกับราคาเครื่องใหม่ หากค่าซ่อมเกินราวครึ่งหนึ่งของราคาแอร์ใหม่ขนาดเดียวกัน และเครื่องเดิมมีอายุการใช้งานมากแล้ว ผมมองว่าการเปลี่ยนเครื่องคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
  2. 2เทียบกับอายุการใช้งานที่เหลือของเครื่อง การซ่อมแผงวงจรราคาสูงให้กับแอร์ที่ใช้งานมาสิบปี มักตามมาด้วยอะไหล่ชิ้นถัดไปที่เสื่อมสภาพในเวลาไล่เลี่ยกัน
  3. 3เทียบกับความชัดเจนของการวินิจฉัย หากช่างอธิบายไม่ได้ว่าเสียหายที่จุดใดและทราบได้อย่างไร แม้ราคาไม่สูงผมก็ถือว่าแพง เพราะคุณกำลังจ่ายให้กับการคาดเดา
  • สถานการณ์อายุเครื่องไม่เกิน 5 ปี อะไหล่เสียชิ้นเดียว
    คำแนะนำ
    ซ่อม
    เหตุผล
    ตัวเครื่องยังมีอายุใช้งานเหลืออีกมาก
  • สถานการณ์อายุ 6–10 ปี ค่าซ่อมไม่ถึงครึ่งของเครื่องใหม่
    คำแนะนำ
    ซ่อม
    เหตุผล
    ยังคุ้มค่าหากไม่ใช่คอมเพรสเซอร์
  • สถานการณ์คอมเพรสเซอร์เสียและเครื่องอายุเกิน 8 ปี
    คำแนะนำ
    พิจารณาเปลี่ยนเครื่อง
    เหตุผล
    คอมเพรสเซอร์เป็นชิ้นส่วนที่ราคาสูงที่สุด ซ่อมแล้วชิ้นอื่นมักเสื่อมสภาพตามมา
  • สถานการณ์น้ำยารั่วซ้ำหลายรอบในปีเดียว
    คำแนะนำ
    ตรวจหาจุดรั่วก่อนตัดสินใจ
    เหตุผล
    อาจเป็นท่อผุที่ซ่อมได้ ไม่ใช่ตัวเครื่องหมดสภาพ
  • สถานการณ์แอร์ไม่เย็นแต่ไม่ได้ล้างมานาน
    คำแนะนำ
    ล้างก่อนแล้ววัดผล
    เหตุผล
    หลายกรณีจบที่ค่าล้างโดยไม่ต้องซ่อม

คำถาม 8 ข้อที่ควรถามช่างก่อนตกลงราคาซ่อม

ควรสอบถามให้ครบก่อนที่ช่างจะเริ่มถอดชิ้นส่วนใด ๆ เพราะเมื่อถอดออกมาแล้ว ทางเลือกของคุณจะเหลือน้อยลงมาก ผู้ให้บริการที่ทำงานอย่างโปร่งใสจะยินดีตอบคำถามเหล่านี้

  1. 1อาการนี้เกิดจากสาเหตุใด ทราบได้อย่างไร และวัดค่าอะไรมาบ้าง
  2. 2ต้องเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใดบ้าง แต่ละชิ้นราคาเท่าใด และค่าแรงเท่าใด
  3. 3ราคาที่แจ้งคือราคาสุดท้ายหรือมีโอกาสปรับเพิ่มระหว่างทาง หากปรับจะแจ้งก่อนหรือไม่
  4. 4อะไหล่ที่ใช้เป็นของแท้ ของเทียบ หรือของมือสอง
  5. 5อะไหล่ที่เปลี่ยนรับประกันกี่วัน และงานที่ทำรับประกันกี่วัน
  6. 6ขอดูชิ้นส่วนเดิมที่ถอดออกมาได้หรือไม่
  7. 7หากซ่อมแล้วอาการไม่หาย จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่
  8. 8มีบิลหรือใบเสร็จให้หรือไม่ และเป็นเอกสารในนามบริษัทหรือไม่

6 สิ่งที่ควรได้รับก่อนตกลงซ่อม

บางกรณีความไม่ชัดเจนเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน หกข้อต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรได้รับก่อนตกลงซ่อม หากข้อใดยังไม่ได้รับ คุณมีสิทธิ์ขอเวลาพิจารณาและปรึกษาผู้ให้บริการรายอื่นเพิ่มเติมครับ

  • ได้ดูชิ้นส่วนเดิมที่ถอดออกมาด้วยตาตัวเอง ก่อนที่ชิ้นส่วนนั้นจะถูกเก็บไป
  • ได้ตัวเลขค่าแรงกับค่าอะไหล่แยกกันครบถ้วน ก่อนที่จะมีการถอดชิ้นส่วนใด
  • ได้เห็นผลการวัดประกอบการวินิจฉัย เช่น แรงดันน้ำยาหรือค่ากระแสไฟ และกรณีน้ำยาพร่อง ได้คำอธิบายว่ารั่วออกทางใด
  • หากต้องเปลี่ยนอะไหล่หลายชิ้น ได้ฟังผลการทดสอบทีละชิ้นว่าชิ้นใดเสียหายจริง
  • มีเวลาพิจารณาโดยไม่ถูกเร่งให้ตัดสินใจทันที โดยเฉพาะเมื่อยังวัดค่าไม่ครบ
  • มีบิลและเงื่อนไขรับประกันเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมช่องทางติดต่อกลับที่ชัดเจน และทราบว่าอะไหล่เดิมจะถูกจัดการอย่างไร

น้ำยาแอร์ รายการที่ตรวจสอบได้ยากที่สุด จึงควรถามให้ชัดที่สุด

น้ำยาแอร์เป็นรายการที่คุณมองไม่เห็นและวัดเองไม่ได้ จึงเป็นรายการที่เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำได้ง่ายที่สุดหากไม่ได้ถามให้ครบ หลักการที่ต้องจำมีเพียงข้อเดียว คือระบบแอร์เป็นระบบปิด น้ำยาไม่ได้ถูกใช้หมดไปเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นหากน้ำยาพร่อง แปลว่ามีการรั่วออกไปทางใดทางหนึ่งเสมอ

การเติมน้ำยาโดยไม่ตรวจหารอยรั่วก่อนจึงเท่ากับเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้น้ำยารั่วออกไปอีกครั้งหนึ่ง ใช้งานได้ราวสองเดือนแล้วอาการจะกลับมาเช่นเดิม จากงานที่ผมรับ มีบ้านจำนวนไม่น้อยที่เติมน้ำยาปีละสองถึงสามครั้งติดต่อกันหลายปี โดยยังไม่เคยได้รับคำแนะนำว่าควรตรวจหาจุดรั่วก่อน

อีกประเด็นที่ผู้ใช้แอร์ในเชียงใหม่พบบ่อยคือเรื่องราคาน้ำยา ราคาที่ประกาศกันทั่วไปมีเพียงสองชนิด คือ R-22 ปอนด์ละ 25 บาท และ R-410A ปอนด์ละ 75 บาท ส่วน R32 ที่แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่แทบทุกรุ่นใช้ ยังไม่มีราคากลางให้เทียบ ตัวเลขที่คุณได้รับที่หน้างานจึงไม่มีเกณฑ์เปรียบเทียบ ส่วนผมคิด R32 และ R410A ที่ปอนด์ละ 25 บาทเท่ากัน และแจ้งจำนวนปอนด์ให้ดูก่อนเติม

ขั้นตอนการซ่อมแอร์ที่ควรเป็น ตั้งแต่ติดต่อจนจบงาน

  1. 1

    แจ้งอาการให้ละเอียดตั้งแต่ติดต่อครั้งแรก

    แจ้งผมว่าอาการเริ่มเมื่อใด เกิดขึ้นตลอดเวลาหรือเป็นบางช่วง และมีเสียงหรือกลิ่นร่วมด้วยหรือไม่ ยิ่งรายละเอียดครบถ้วน ผมยิ่งเตรียมอะไหล่ได้ตรงกับอาการ คุณจึงไม่ต้องรอการเข้างานรอบที่สอง

  2. 2

    ช่างตรวจและวัดค่าให้ดู

    ผมวัดแรงดันน้ำยา วัดกระแสไฟ และวัดอุณหภูมิลมเข้าออก แล้วอธิบายว่าค่าที่ได้บอกอะไรบ้าง ขั้นตอนนี้คือสิ่งที่ค่าตรวจเช็ค 500 บาทครอบคลุมอยู่

  3. 3

    แจ้งราคาโดยแยกค่าแรงกับค่าอะไหล่

    คุณควรได้รับตัวเลขครบถ้วนก่อนที่จะมีการถอดชิ้นส่วนใด และมีสิทธิ์ปฏิเสธโดยชำระเฉพาะค่าตรวจเช็ค

  4. 4

    ยืนยันแล้วจึงเริ่มดำเนินการ

    หากผมพบสิ่งที่ต้องแก้ไขเพิ่มระหว่างซ่อม ผมจะหยุดและแจ้งราคาใหม่ให้คุณพิจารณาก่อนดำเนินการต่อ

  5. 5

    ทดสอบให้ดูก่อนเก็บอุปกรณ์

    เปิดเครื่องวัดอุณหภูมิลมออกอีกครั้งโดยให้คุณดูไปพร้อมกัน แล้วส่งคืนชิ้นส่วนเดิมที่ถอดออกมาให้ตรวจสอบ

  6. 6

    รับบิลและเงื่อนไขรับประกัน

    ระบุว่าเปลี่ยนอะไหล่ใดไปบ้าง และรับประกันถึงเมื่อใด กรณีเป็นร้านค้าควรขอใบเสร็จในนามบริษัทไว้ด้วย

หากแอร์มีอาการผิดปกติแต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องซ่อมหรือไม่ แจ้งอาการเข้ามาทาง LINE ได้ก่อน ผมประเมินเบื้องต้นให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหากเป็นกรณีที่การล้างแก้ปัญหาได้ ผมจะแจ้งตามจริงว่ายังไม่จำเป็นต้องซ่อมครับ

สรุป

  • ค่าซ่อมแอร์ประกอบด้วยค่าตรวจเช็ค ค่าแรง และค่าอะไหล่ ควรแยกให้ชัดเจนทั้งสามส่วน
  • ผมคิดค่าตรวจเช็ค 500 บาทและหักคืนให้หากซ่อมกับผม ค่าตรวจเช็คครอบคลุมเวลาที่ใช้หาสาเหตุ ไม่ว่าจะตัดสินใจซ่อมหรือไม่
  • ค่าอะไหล่ไม่มีราคาเดียวเพราะขึ้นกับรุ่นเครื่อง ผมแจ้งราคาตามรุ่นจริงก่อนซ่อม
  • ก่อนตกลงควรสอบถามให้ครบ โดยเฉพาะการขอดูชิ้นส่วนเดิมที่ถอดออกมา
  • น้ำยาพร่องแปลว่ามีรอยรั่ว ต้องตรวจหาจุดรั่วก่อนเติม และ R410A ต้องถ่ายทิ้งแล้วเติมใหม่ทั้งระบบ
  • หากค่าซ่อมเกินราวครึ่งหนึ่งของราคาเครื่องใหม่และเครื่องมีอายุการใช้งานมากแล้ว ควรพิจารณาเปลี่ยนเครื่อง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตรวจเช็ค 500 บาท หากไม่ซ่อมต้องชำระหรือไม่

ต้องชำระครับ เพราะเป็นค่าเดินทางและค่าเวลาที่ผมใช้ในการหาสาเหตุ แต่หากคุณตัดสินใจซ่อมกับผม ผมหักคืนให้เต็มจำนวน 500 บาทจากค่าซ่อม ค่าตรวจเช็คครอบคลุมเวลาที่ใช้หาสาเหตุ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจซ่อมหรือไม่ หากตรวจแล้วพบว่าการล้างเพียงอย่างเดียวแก้ปัญหาได้ ผมจะแจ้งให้ทราบทันที

ทำไมค่าอะไหล่จึงไม่มีราคาเดียว

เพราะราคาอะไหล่ต่างกันมากตามรุ่นและยี่ห้อ คาปาซิเตอร์ของแอร์ธรรมดากับแผงวงจรของแอร์อินเวอร์เตอร์มีราคาห่างกันหลายเท่า ผมจึงแจ้งราคาตามรุ่นและอะไหล่ที่ต้องใช้จริงก่อนซ่อม แยกค่าแรงกับค่าอะไหล่ให้เห็นชัดเจน และคุณมีสิทธิ์ปฏิเสธโดยชำระเฉพาะค่าตรวจเช็ค

ช่างแจ้งว่าน้ำยาหมดต้องเติม ควรเชื่อหรือไม่

ขอให้สอบถามกลับหนึ่งคำถามก่อนครับ ว่าน้ำยาที่หายไปนั้นรั่วออกไปทางใด เพราะระบบแอร์เป็นระบบปิด น้ำยาไม่ได้ถูกใช้หมดไปเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง หากพร่องแปลว่ามีรอยรั่ว การเติมโดยไม่ซ่อมรอยรั่วคือการเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้น้ำยารั่วออกไปอีกครั้ง สำหรับบริการของผม ตรวจระดับน้ำยาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและให้คุณดูเกจต่อหน้า หากไม่พร่องผมจะไม่เติม

ซ่อมแล้วอาการกลับมาอีก ต้องชำระค่าบริการใหม่หรือไม่

ต้องพิจารณาก่อนว่าเป็นอาการเดิมจากสาเหตุเดิมหรือไม่ หากเป็นจุดเดิมที่ผมซ่อมไปและยังอยู่ในระยะรับประกัน ผมกลับไปแก้ไขให้โดยไม่คิดค่าเข้างานเพิ่ม สิ่งสำคัญคือก่อนตกลงซ่อมกับผู้ให้บริการรายใด ควรสอบถามให้ชัดเจนว่างานที่ทำรับประกันกี่วันและครอบคลุมอะไรบ้าง แล้วขอไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยครับ

แอร์มีอายุการใช้งานมากแล้ว ควรซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่

หลักที่ผมใช้แนะนำคือหากค่าซ่อมเกินราวครึ่งหนึ่งของราคาแอร์ใหม่ขนาดเดียวกัน และเครื่องเดิมใช้งานมานานแล้ว การเปลี่ยนเครื่องมักคุ้มค่ากว่า โดยเฉพาะกรณีที่ชิ้นส่วนที่เสียคือคอมเพรสเซอร์ เพราะเป็นชิ้นที่ราคาสูงที่สุดและมักตามมาด้วยอะไหล่ชิ้นอื่นที่เสื่อมสภาพพร้อมกัน แต่หากเสียหายที่ชิ้นส่วนขนาดเล็ก เช่น คาปาซิเตอร์หรือเซ็นเซอร์ การซ่อมคุ้มค่ากว่าครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ปรึกษาไม่มีค่าใช้จ่าย

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · ยืนยันคิวก่อนนัด

โทรถามคิวLINE ประเมินฟรี