ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ช่างแอร์เชียงใหม่โปรเฟรชแคร์ · สันกำแพง

ดูแลรักษา

ซักผ้าแล้วเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ — สาเหตุอยู่ที่ด้านนอกถังซัก ซึ่งน้ำยาล้างถังเข้าไม่ถึง

ถังซักผ้ามีสองชั้น คราบผงซักฟอกและเชื้อราสะสมอยู่ระหว่างชั้นใน ซึ่งเป็นบริเวณที่มองไม่เห็นและน้ำยาที่เทลงไปปั่นเข้าไม่ถึง ผมอธิบายว่าจุดนั้นอยู่ตรงไหนและตรวจสอบเบื้องต้นได้อย่างไร

เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 7 นาที

อาการที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาบ่อยที่สุดเรื่องเครื่องซักผ้าคือ ซักเสร็จแล้วเสื้อผ้ายังมีกลิ่นอับติดมา บางรายเปลี่ยนยี่ห้อผงซักฟอกแล้ว เพิ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว หรือซักซ้ำรอบที่สองแล้วก็ยังไม่หาย ประเด็นคือกลิ่นนั้นไม่ได้มาจากผ้า แต่มาจากตัวเครื่องเอง

เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยโครงสร้างของถังซัก และเมื่อทราบแล้วจะเข้าใจทันทีว่าเหตุใดวิธีแก้ที่ทำกันทั่วไปจึงไม่ได้ผล

ถังซักมีสองชั้น และคราบสะสมอยู่ระหว่างชั้น

เครื่องซักผ้าไม่ได้มีถังเดียว แต่มีถังซ้อนกันสองชั้น ชั้นในคือถังที่มีรูพรุนซึ่งใส่ผ้าลงไป ส่วนชั้นนอกคือถังทึบที่ทำหน้าที่กักน้ำ น้ำและผงซักฟอกจะไหลผ่านรูของถังชั้นในไปยังช่องว่างระหว่างสองถังตลอดเวลาที่เครื่องทำงาน

ผงซักฟอกที่ละลายไม่หมด น้ำยาปรับผ้านุ่ม และเศษใยผ้าจะตกค้างเกาะอยู่ที่ผิวด้านนอกของถังชั้นใน ซึ่งเป็นบริเวณที่คุณมองไม่เห็นเลยเมื่อเปิดฝาเครื่องดูจากด้านบน เมื่อบวกกับความชื้นที่ค้างอยู่หลังซักเสร็จ จุดนี้จึงกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย

เหตุใดน้ำยาล้างถังที่เทลงไปแล้วปั่นจึงไม่เพียงพอ

น้ำยาล้างถังที่วางขายทั่วไปมีประโยชน์ในการดูแลตามรอบ และผมไม่ได้บอกว่าใช้ไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจขอบเขตของมัน น้ำยาทำงานด้วยการละลายในน้ำแล้วให้เครื่องปั่นเพื่อให้น้ำสัมผัสผิวถัง สิ่งที่มันทำได้คือชะคราบที่ยังไม่จับตัวแน่นบนผิวเรียบ

  • คราบที่จับตัวแน่นเป็นชั้นแล้ว น้ำที่ไหลผ่านเฉย ๆ ไม่มีแรงพอจะขัดออก ต้องใช้การขัดเชิงกล
  • คราบใต้จานซักและตามซอกของฐานถัง เป็นจุดอับที่น้ำหมุนเข้าไม่ถึงด้วยความเร็วเพียงพอ
  • คราบที่ผิวด้านนอกของถังชั้นใน อยู่คนละฝั่งกับที่น้ำยาสัมผัส
  • เชื้อราที่ฝังในร่องยางและซอกพลาสติก ต้องเข้าถึงด้วยแปรงจึงจะออก

พูดให้ตรงคือน้ำยาล้างถังเหมาะกับการรักษาสภาพที่สะอาดอยู่แล้วให้สะอาดต่อไป แต่ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับกู้เครื่องที่สะสมคราบมาหลายปี

ตรวจเบื้องต้นเองได้ว่าถึงเวลาถอดล้างหรือยัง

  1. 1

    ดมกลิ่นในถังตอนเครื่องแห้งสนิท

    เปิดฝาเครื่องที่ไม่ได้ใช้งานมาอย่างน้อยหนึ่งวันแล้วดมภายในถัง หากได้กลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวทั้งที่ไม่มีผ้าอยู่ข้างใน แสดงว่าคราบสะสมถึงระดับที่เห็นผลแล้ว

  2. 2

    สังเกตคราบดำที่ขอบยางและใต้ฝา

    เครื่องฝาหน้าให้ดูที่ร่องขอบยางรอบประตู ส่วนเครื่องฝาบนให้ดูใต้ขอบฝาและรอบปากถัง จุดที่มีจุดดำเล็ก ๆ กระจายคือเชื้อราที่มองเห็นได้ และมักหมายความว่าด้านในมีมากกว่าที่เห็น

  3. 3

    ซักผ้าขาวหนึ่งรอบโดยไม่ใส่ผงซักฟอก

    หากมีเศษคราบสีน้ำตาลหรือดำหลุดออกมาติดผ้า แสดงว่าคราบด้านในเริ่มหลุดร่อนแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าควรถอดล้าง

  4. 4

    นับระยะเวลาที่ผ่านมา

    หากใช้งานมาเกินหนึ่งปีโดยไม่เคยถอดล้าง และเป็นบ้านที่ซักทุกวันหรือมีผ้าเด็ก ควรตรวจสภาพภายในสักครั้ง แม้จะยังไม่มีกลิ่นก็ตาม

การถอดล้างต่างจากการเทน้ำยาปั่นอย่างไร

เปรียบเทียบขอบเขตของการดูแลสองแบบ
บริเวณน้ำยาล้างถังถอดล้างทุกชิ้น
ผิวด้านในถังชั้นในชะคราบที่ยังไม่แน่นออกได้ขัดออกได้ทั้งหมด
ผิวด้านนอกถังชั้นในเข้าไม่ถึงถอดออกมาขัดได้โดยตรง
ใต้จานซักและฐานถังเข้าไม่ถึงถอดจานซักออกมาขัดได้
ถังชั้นนอกที่กักน้ำสัมผัสได้บางส่วนล้างได้ทั้งใบ
ท่อและสายน้ำทิ้งไม่ครอบคลุมล้างและตรวจการอุดตัน
ขอบยางและซอกพลาสติกไม่ครอบคลุมขัดด้วยแปรงได้

ในทางปฏิบัติ การถอดล้างหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อเครื่อง เพราะต้องถอดชิ้นส่วนออกมาล้างแยกทีละชิ้น แล้วประกอบกลับพร้อมตั้งระดับเครื่องและทดสอบการทำงานก่อนส่งมอบ

ข้อจำกัดที่ผมแจ้งลูกค้าทุกครั้งก่อนเริ่มงาน

งานถอดล้างมีเงื่อนไขบางข้อที่ควรทราบตั้งแต่ต้น ผมจึงชี้แจงก่อนตัดสินใจเสมอ

  • หากพบหินปูนเกาะหรือสนิมซึ่งเกิดจากสภาพน้ำและผงซักฟอกสะสมมานาน ชิ้นส่วนบริเวณนั้นอาจเสียหายระหว่างถอด กรณีนี้อยู่นอกขอบเขตการรับประกัน และผมจะชี้แจงให้ดูก่อนดำเนินการถอด
  • เชื้อราที่ฝังลึกในเนื้อขอบยางแล้ว ไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนใหม่ได้ เพราะการขัดแรงเกินไปทำให้ขอบยางฉีกขาด
  • กรณีพื้นที่หน้างานไม่เพียงพอสำหรับถอดชิ้นส่วนและฉีดล้าง เช่น ห้องคอนโดที่ไม่มีบริเวณทำงาน จำเป็นต้องยกเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 500 บาท
  • หากตรวจพบว่าอะไหล่ภายในชำรุดอยู่ก่อนแล้ว ผมแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มงาน และหากมีอะไหล่ติดรถสามารถเปลี่ยนให้ได้ทันที โดยคิดค่าอะไหล่เพิ่มตามจริง

ค่าบริการล้างเครื่องซักผ้าในเชียงใหม่

ค่าบริการคิดตามประเภทเครื่องและความจุ เนื่องจากเครื่องฝาหน้ามีโครงสร้างที่ถอดประกอบซับซ้อนกว่าเครื่องฝาบน จึงคิดคนละเรต

ค่าบริการล้างเครื่องซักผ้า
ประเภทเครื่องค่าบริการ
ฝาบน ความจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม999 บาท
ฝาบน ความจุ 15.1 – 19 กิโลกรัม1,200 บาท
ฝาบน ความจุมากกว่า 19 กิโลกรัม1,500 บาท
ฝาหน้าเริ่ม 1,299 บาท
กรณีต้องขนเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่เพิ่ม 500 บาท

ราคานี้เป็นค่าบริการล้างอย่างเดียว ไม่รวมค่าอะไหล่กรณีที่เครื่องมีปัญหาอยู่เดิม และผมแจ้งราคาให้ครบถ้วนก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ดูแลอย่างไรให้เว้นระยะการถอดล้างได้นานขึ้น

  • เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้หลังซักเสร็จ เพื่อให้ความชื้นระเหยออก แทนที่จะปิดฝาทันที
  • ใช้ผงซักฟอกตามปริมาณที่ระบุ การใส่เกินทำให้มีส่วนที่ละลายไม่หมดตกค้างมากขึ้น
  • หากใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นประจำ ควรเว้นระยะซักด้วยน้ำร้อนหรือรอบทำความสะอาดถังตามคู่มือเครื่อง
  • นำผ้าออกจากเครื่องทันทีที่ซักเสร็จ ไม่ทิ้งไว้ข้ามคืน
  • ทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอกและตัวกรองเศษใยผ้าเป็นประจำ

หากไม่แน่ใจว่าเครื่องที่บ้านถึงเวลาถอดล้างหรือยัง ถ่ายภาพภายในถังและขอบยางส่งเข้ามาทาง LINE ได้ครับ ผมประเมินเบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจ ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm

บริการที่เกี่ยวข้อง

ล้างถังเครื่องซักผ้าเชียงใหม่ ถอดล้างทุกชิ้น ฝาบนเริ่ม 999 ฝาหน้าเริ่ม 1,299 บาท

ถอดถังล้างทุกชิ้น ฝาบน 999.- ฝาหน้า 1,299.-

ฝาบนเริ่ม 999.- ฝาหน้าเริ่ม 1,299.-

คำถามที่พบบ่อยจากบทความนี้

ควรล้างเครื่องซักผ้าบ่อยเพียงใด

ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานครับ บ้านที่ซักทุกวันหรือมีผ้าเด็ก ควรถอดล้างปีละครั้ง ส่วนบ้านที่ซักสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง อาจเว้นได้นานกว่านั้น เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคือดูจากกลิ่นและคราบที่ขอบยาง มากกว่าการนับเดือนตามปฏิทิน

เครื่องซักผ้าฝาหน้ากับฝาบน ราคาต่างกันเพราะอะไร

เครื่องฝาหน้าถอดประกอบซับซ้อนกว่า ต้องถอดแผงหน้าและชุดขอบยางออกก่อนจึงจะเข้าถึงถังได้ ใช้เวลาและขั้นตอนมากกว่าเครื่องฝาบน จึงคิดคนละเรต โดยฝาบนเริ่ม 999 บาทตามความจุ ส่วนฝาหน้าเริ่ม 1,299 บาทครับ

ล้างแล้วกลิ่นอับจะหายเลยหรือไม่

กรณีที่กลิ่นมาจากคราบสะสมในถัง กลิ่นจะหายไปหลังถอดล้างครับ แต่หากขอบยางมีเชื้อราฝังลึกในเนื้อยางแล้ว ส่วนนั้นทำความสะอาดให้กลับมาเหมือนใหม่ไม่ได้ ผมจะชี้แจงสภาพจริงให้ดูก่อนเริ่มงานเสมอ

ต้องเตรียมอะไรก่อนช่างเข้าไปทำงาน

ขอพื้นที่รอบเครื่องพอสำหรับวางชิ้นส่วนที่ถอดออกมาและฉีดล้าง กับจุดต่อน้ำและปลั๊กไฟที่ใช้งานได้ครับ หากเป็นห้องคอนโดที่ไม่มีบริเวณทำงาน แจ้งไว้ล่วงหน้าได้ ผมจะประเมินว่าจำเป็นต้องยกเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่หรือไม่

ล้างเครื่องซักผ้าใช้เวลานานเท่าใด

ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อเครื่องครับ เนื่องจากเป็นการถอดชิ้นส่วนออกมาล้างแยกทั้งหมด แล้วประกอบกลับพร้อมตั้งระดับเครื่องและทดสอบการทำงานก่อนส่งมอบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ผมตอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหากยังไม่จำเป็นต้องเรียกช่าง ผมจะแจ้งตามจริง

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · เข้าหน้างานภายใน 24 ชั่วโมง

โทรเรียกช่างแชท LINE