คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจคือ เหตุใดค่าล้างเครื่องฝาหน้าจึงสูงกว่าฝาบน คำตอบไม่ได้อยู่ที่ขนาดเครื่อง แต่อยู่ที่โครงสร้างภายในซึ่งทำให้จุดสะสมคราบและวิธีถอดต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมจะอธิบายทีละแบบว่าคราบไปอยู่ตรงไหน ต้องถอดอะไรบ้าง และเวลาที่ใช้ต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณประเมินได้ว่าเครื่องที่บ้านถึงเวลาหรือยัง
เครื่องฝาบน คราบหนักที่สุดอยู่ใต้จานซัก
เครื่องฝาบนวางถังในแนวตั้ง มีจานซักเป็นแผ่นหมุนอยู่ก้นถัง ใต้แผ่นนี้เป็นช่องแคบที่น้ำหมุนเข้าไม่ถึงด้วยความเร็วพอจะชะคราบออก ผงซักฟอกที่ละลายไม่หมดจึงตกค้างสะสมจนจับตัวแข็ง และเป็นจุดที่มองไม่เห็นเลยจนกว่าจะถอดจานซักออกมา
- ใต้จานซักและรอบแกนหมุน เป็นจุดที่คราบเกาะแน่นที่สุดของเครื่องฝาบน
- ผิวด้านนอกของถังชั้นใน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับที่น้ำยาล้างถังสัมผัสได้
- ขอบปากถังและใต้ฝา เป็นจุดที่เห็นจุดดำของเชื้อราได้ด้วยตาเปล่า
- ตัวกรองเศษใยผ้า ซึ่งเจ้าของบ้านถอดล้างเองได้เป็นประจำ
เครื่องฝาหน้า คราบหนักที่สุดอยู่ขอบยางและรอบฮีตเตอร์
เครื่องฝาหน้าวางถังในแนวนอนและปิดผนึกด้วยขอบยางรอบประตู ร่องของขอบยางนี้เป็นแอ่งที่น้ำขังค้างอยู่ทุกครั้งหลังซักเสร็จ จึงเป็นจุดที่เชื้อราขึ้นเร็วที่สุดของเครื่องประเภทนี้ และเป็นสาเหตุของกลิ่นที่หลายบ้านแก้ไม่หายแม้จะเช็ดด้านในถังแล้ว
อีกจุดคือถังชั้นนอกที่ทำหน้าที่กักน้ำ ซึ่งมีฮีตเตอร์ติดตั้งอยู่ด้านล่าง เมื่อฮีตเตอร์ทำงานร่วมกับน้ำที่มีความกระด้าง ตะกรันจะเกาะรอบขดลวดหนากว่าบริเวณอื่นของถังอย่างชัดเจน
เทียบขั้นตอนการถอดล้างของสองแบบ
| หัวข้อ | ฝาบน | ฝาหน้า |
|---|---|---|
| ทิศทางของถัง | แนวตั้ง | แนวนอน |
| จุดสะสมคราบหนักที่สุด | ใต้จานซักและก้นถัง | ร่องขอบยางประตูและรอบฮีตเตอร์ |
| ชิ้นส่วนที่ต้องถอด | จานซัก แล้วยกถังชั้นในออก | แผงหน้า ชุดขอบยาง แล้วยกถังชั้นนอกออก |
| ความยากในการถอด | ถอดจากด้านบนได้โดยตรง | ต้องรื้อด้านหน้าก่อนจึงเข้าถึงถัง |
| จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ | หินปูนและสนิมที่แกนหมุน | ขดลวดฮีตเตอร์และสภาพขอบยาง |
| ค่าบริการ | เริ่ม 999 บาท ตามความจุ | เริ่ม 1,299 บาท |
ทั้งสองแบบใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อเครื่องเท่ากัน และรับประกันงาน 30 วันเท่ากัน สิ่งที่ทำให้ราคาต่างคือจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องรื้อก่อนเข้าถึงถัง ไม่ใช่ระยะเวลาที่ใช้ล้าง
ค่าบริการล้างเครื่องซักผ้าในเชียงใหม่
| ประเภทเครื่อง | ค่าบริการ |
|---|---|
| ฝาบน ความจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม | 999 บาท |
| ฝาบน ความจุ 15.1 – 19 กิโลกรัม | 1,200 บาท |
| ฝาบน ความจุมากกว่า 19 กิโลกรัม | 1,500 บาท |
| ฝาหน้า | เริ่ม 1,299 บาท |
| กรณีต้องขนเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่ | เพิ่ม 500 บาท |
ค่าขนออกไปล้างนอกสถานที่ใช้กับกรณีที่หน้างานไม่มีพื้นที่พอสำหรับถอดชิ้นส่วนและฉีดล้าง เช่น ห้องคอนโดที่วางเครื่องไว้ในระเบียงแคบ ผมจะประเมินและแจ้งให้ทราบก่อนเสมอ ไม่คิดเพิ่มโดยไม่บอกล่วงหน้า
แบบไหนควรล้างบ่อยกว่ากัน
เครื่องฝาหน้ามีแนวโน้มมีปัญหากลิ่นเร็วกว่า เพราะน้ำขังในร่องขอบยางหลังซักทุกครั้ง ส่วนเครื่องฝาบนแม้จะระบายน้ำได้ดีกว่า แต่คราบใต้จานซักจะสะสมเงียบ ๆ โดยไม่ส่งกลิ่นจนกว่าจะหนามาก
- ฝาหน้า ควรเช็ดร่องขอบยางให้แห้งหลังซักเสร็จ และเปิดประตูทิ้งไว้ให้ระบายความชื้น
- ฝาบน ควรเปิดฝาทิ้งไว้หลังซัก และถอดตัวกรองเศษใยผ้ามาล้างเป็นประจำ
- ทั้งสองแบบ ใช้ผงซักฟอกตามปริมาณที่ระบุ การใส่เกินทำให้มีส่วนที่ละลายไม่หมดตกค้างมากขึ้น
- บ้านที่ซักทุกวันหรือมีผ้าเด็ก ควรถอดล้างปีละครั้งทั้งสองแบบ
ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่บ้านเป็นแบบไหนหรือถึงเวลาล้างหรือยัง ถ่ายภาพตัวเครื่องและร่องขอบยางส่งเข้ามาทาง LINE ได้ครับ ผมประเมินและแจ้งราคาให้ก่อนตัดสินใจ ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm และ @iu3333