ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ช่างแอร์เชียงใหม่โปรเฟรชแคร์ · สันกำแพง

เครื่องซักผ้า

ควรล้างเครื่องซักผ้าบ่อยแค่ไหน — ดูจากการใช้งานจริง ไม่ใช่นับเดือนตามปฏิทิน

คำตอบสั้น ๆ ที่เจอบ่อยคือปีละครั้ง แต่ในความเป็นจริงบ้านที่ซักทุกวันกับบ้านที่ซักสัปดาห์ละสองครั้งไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกัน ผมอธิบายว่าปัจจัยอะไรทำให้ต่างกัน และดูอย่างไรว่าถึงรอบแล้ว

ผิวในถังนอกที่มีคราบสนิมน้ำตาลกระจายรอบรูแกน พร้อมฮีตเตอร์ที่ก้นถัง
ผิวในถังนอกที่มีคราบสนิมน้ำตาลกระจายรอบรูแกน พร้อมฮีตเตอร์ที่ก้นถัง
เขียนโดย ช่างอาร์ม · โปรเฟรชแคร์อ่าน 7 นาที

คำตอบที่เจอบ่อยที่สุดบนอินเทอร์เน็ตคือปีละครั้ง ซึ่งไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะบ้านที่ซักผ้าทุกวันมีผ้าเด็กด้วย กับบ้านคนเดียวที่ซักสัปดาห์ละสองครั้ง ไม่มีทางสะสมคราบในอัตราเดียวกันได้

ผมจึงอยากอธิบายกลับกันคือ แทนที่จะให้ตัวเลข ผมจะบอกว่าอะไรทำให้คราบสะสมเร็วขึ้น แล้วคุณประเมินบ้านตัวเองได้เอง และท้ายบทความมีวิธีตรวจที่ใช้ได้จริงกว่าการนับเดือน

คราบสะสมจากอะไร จึงจะรู้ว่าอะไรเร่งให้เร็วขึ้น

ทุกครั้งที่เครื่องทำงาน น้ำผสมผงซักฟอกจะไหลผ่านรูของถังชั้นในออกไปยังช่องว่างระหว่างถังสองชั้น ส่วนที่ละลายไม่หมด น้ำยาปรับผ้านุ่ม และเศษใยผ้า จะตกค้างเกาะอยู่ที่ผิวด้านนอกของถังชั้นในกับผนังถังชั้นนอก เมื่อบวกกับความชื้นที่ค้างหลังซักเสร็จ จุดนั้นจึงกลายเป็นที่ที่เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ดี

เมื่อเข้าใจกลไกนี้แล้ว จะเห็นว่าปัจจัยที่เร่งให้เร็วขึ้นมีอยู่ไม่กี่อย่าง และเกือบทั้งหมดคุณควบคุมได้

  • จำนวนรอบซักต่อสัปดาห์ ยิ่งซักบ่อยยิ่งมีสิ่งตกค้างสะสมเร็ว ตรงไปตรงมาที่สุด
  • ปริมาณผงซักฟอกที่ใช้ การใส่เกินที่ระบุทำให้มีส่วนที่ละลายไม่หมดมากขึ้น ไม่ได้ทำให้ผ้าสะอาดขึ้น
  • การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นประจำ เนื้อน้ำยาเคลือบผิวถังและจับกับเศษใยผ้าได้ง่ายกว่าผงซักฟอก
  • การซักด้วยน้ำเย็นอย่างเดียว ผงซักฟอกบางชนิดละลายได้ไม่ดีในน้ำเย็น ทำให้มีตะกอนเหลือมากกว่า
  • การปิดฝาทันทีหลังซักเสร็จ ทำให้ความชื้นค้างอยู่ในถังตลอด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เชื้อราต้องการ
  • การทิ้งผ้าเปียกไว้ในเครื่องข้ามคืน เร่งกลิ่นได้เร็วที่สุดในบรรดาทั้งหมด

รอบที่ผมใช้เป็นเกณฑ์ตั้งต้น

ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับประเมิน ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าบ้านคุณเข้าหลายเงื่อนไขในข้อก่อนหน้า ให้ขยับมาทางถี่ขึ้น

รอบถอดล้างตั้งต้นตามลักษณะการใช้งาน
ลักษณะการใช้งานรอบถอดล้างตั้งต้น
ซักทุกวัน มีผ้าเด็กหรือผ้าเปื้อนมากปีละครั้ง
ซักเกือบทุกวัน ครอบครัวขนาดกลางปีละครั้ง ถึงปีครึ่งครั้ง
ซักสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งทุก 1–2 ปี
ซักสัปดาห์ละครั้ง อยู่คนเดียวทุก 2 ปี หรือดูจากอาการ
เครื่องหอพักหรือเครื่องหยอดเหรียญถี่กว่าทุกกรณีข้างต้น ประเมินหน้างาน

ที่ต้องย้ำคือรอบนี้หมายถึงการถอดล้างเท่านั้น ส่วนการดูแลจุดที่ทำเองได้อย่างตัวกรองเศษใยผ้า ช่องใส่ผงซักฟอก และขอบยางประตู ควรทำต่อเนื่องทุกสัปดาห์ถึงทุกเดือนอยู่แล้ว ไม่ว่ารอบถอดล้างจะห่างแค่ไหน

วิธีตรวจที่แม่นกว่าการนับเดือน

  1. 1

    ดมกลิ่นในถังตอนเครื่องแห้งสนิท

    เปิดฝาเครื่องที่ไม่ได้ใช้งานมาอย่างน้อยหนึ่งวันแล้วดมเข้าไปในถัง ถ้าได้กลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวทั้งที่ไม่มีผ้าอยู่ข้างใน แปลว่าคราบสะสมถึงระดับที่ส่งผลแล้ว ข้อนี้แม่นกว่าการดมตอนเพิ่งซักเสร็จ เพราะกลิ่นผงซักฟอกจะกลบไว้

  2. 2

    ดูจุดดำที่ขอบยางและใต้ขอบฝา

    เครื่องฝาหน้าให้ง้างร่องขอบยางรอบประตูดู ส่วนฝาบนให้ดูใต้ขอบฝาและรอบปากถัง จุดดำเล็ก ๆ ที่เห็นคือส่วนที่โผล่ออกมาแล้ว และมักหมายความว่าด้านในมีมากกว่าที่เห็นหลายเท่า

  3. 3

    ซักผ้าขาวหนึ่งรอบโดยไม่ใส่ผงซักฟอก

    ถ้ามีเศษคราบสีน้ำตาลหรือดำหลุดออกมาติดผ้า แปลว่าคราบด้านในเริ่มหลุดร่อนแล้ว ข้อนี้เป็นสัญญาณที่ชัดที่สุดว่าควรถอดล้าง เพราะสิ่งที่หลุดออกมาจะไปเกาะผ้าที่ซักในรอบต่อ ๆ ไป

  4. 4

    สังเกตว่าผ้าแห้งช้าลงหรือมีกลิ่นติดหลังตาก

    ถ้าเสื้อผ้าที่ตากแห้งแล้วยังมีกลิ่นอับกลับมาตอนใส่ ทั้งที่ตากในที่ที่อากาศถ่ายเทดี แสดงว่ากลิ่นติดมาตั้งแต่ในเครื่อง ไม่ใช่ปัญหาจากการตาก

ยืดรอบออกไปได้อย่างไร

  • เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้หลังซักเสร็จจนถังแห้ง แทนที่จะปิดทันที
  • เอาผ้าออกทันทีที่ซักจบ ไม่ทิ้งไว้ข้ามคืน
  • ใช้ผงซักฟอกตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก ไม่ใส่เผื่อ
  • ล้างตัวกรองเศษใยผ้าทุก 1–2 สัปดาห์ และล้างช่องใส่ผงซักฟอกเดือนละครั้ง
  • เช็ดร่องขอบยางประตูของเครื่องฝาหน้าสัปดาห์ละครั้ง
  • ถ้าใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นประจำ ให้เดินรอบทำความสะอาดถังตามคู่มือเครื่องเดือนละครั้ง

ทำครบทั้งหกข้อนี้ช่วยได้จริงและช่วยได้มาก แต่ช่วยเฉพาะฝั่งที่น้ำและมือเข้าถึงเท่านั้น คราบที่ผิวด้านนอกของถังชั้นในยังสะสมต่อไปตามจำนวนรอบซัก เพียงแต่ช้าลง

ค่าบริการและสิ่งที่ผมไม่รับ

ค่าบริการล้างเครื่องซักผ้าแบบถอดล้าง
ประเภทเครื่องค่าบริการ
ฝาบน ความจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม999 บาท
ฝาบน ความจุ 15.1 – 19 กิโลกรัม1,200 บาท
ฝาบน ความจุมากกว่า 19 กิโลกรัม1,500 บาท
ฝาหน้าเริ่ม 1,299 บาท
กรณีต้องขนเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่เพิ่ม 500 บาท

ผมรับเฉพาะงานล้าง ไม่ได้รับซ่อมเครื่องซักผ้า ถ้าตรวจแล้วพบว่าตัวเครื่องมีปัญหาอยู่เดิม ผมแจ้งตามที่เห็นและแนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการของยี่ห้อนั้น งานล้างหนึ่งเครื่องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และรับประกันงานที่ผมทำ 30 วัน

ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่บ้านถึงรอบหรือยัง ถ่ายภาพภายในถังกับขอบยางส่งเข้ามาทาง LINE ได้ครับ ผมดูให้ก่อนและบอกตรง ๆ ถ้ายังไม่ถึงเวลา ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm

บริการที่เกี่ยวข้อง

ล้างถังเครื่องซักผ้าเชียงใหม่ ถอดล้างทุกชิ้น ฝาบนเริ่ม 999 ฝาหน้าเริ่ม 1,299 บาท

ถอดถังล้างทุกชิ้น ฝาบน 999.- ฝาหน้า 1,299.-

ฝาบนเริ่ม 999.- ฝาหน้าเริ่ม 1,299.-

คำถามที่พบบ่อย

ล้างเครื่องซักผ้าบ่อยเกินไปทำให้เครื่องพังเร็วขึ้นหรือไม่

การถอดล้างถี่เกินความจำเป็นไม่ได้ทำให้เครื่องดีขึ้น เพราะทุกครั้งที่ถอดประกอบมีการรื้อซีลและขอบยาง ผมจึงไม่แนะนำให้ล้างตามปฏิทินโดยไม่ดูสภาพ ถ้าตรวจแล้วยังไม่มีกลิ่นและไม่มีคราบหลุด ผมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ต้องล้างครับ

เครื่องซักผ้าที่ตั้งนอกบ้านหรือระเบียง ต้องล้างถี่กว่าหรือไม่

โดยทั่วไปควรถี่กว่าครับ เพราะเครื่องที่ตั้งกลางแจ้งรับฝุ่นและความชื้นจากอากาศเพิ่มเข้ามาอีกทาง นอกเหนือจากคราบที่เกิดจากการซักเอง จุดที่ควรดูเพิ่มคือช่องใส่ผงซักฟอกและใต้ขอบฝา ซึ่งมักมีฝุ่นเกาะปนกับคราบน้ำยา

ไม่เคยล้างเลยตั้งแต่ซื้อมาห้าปี ยังล้างได้ไหม

ล้างได้ครับ แต่ผมขอตรวจสภาพก่อนเริ่ม เพราะเครื่องที่สะสมมานานมักมีสนิมหรือหินปูนเกาะรอบแกนหมุน ชิ้นส่วนบริเวณนั้นอาจเสียหายระหว่างถอด ซึ่งอยู่นอกขอบเขตการรับประกัน ผมจะชี้ให้ดูก่อนแล้วให้คุณตัดสินใจว่าจะให้ทำต่อหรือไม่

เครื่องฝาหน้ากับฝาบน รอบล้างต่างกันหรือไม่

รอบไม่ต่างกันมากครับ แต่จุดที่แสดงอาการก่อนต่างกัน ฝาหน้ามักเห็นปัญหาที่ขอบยางประตูก่อน เพราะเป็นจุดที่น้ำค้างทุกครั้ง ส่วนฝาบนมักเริ่มมีกลิ่นก่อนจะเห็นอะไร เพราะคราบไปสะสมใต้จานซักซึ่งมองไม่เห็นเลยจากด้านบน

ล้างแล้วต้องล้างซ้ำอีกเมื่อไร

นับรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ล้างเสร็จตามตารางในบทความครับ แต่ที่ได้ผลกว่าคือหลังล้างเสร็จให้เริ่มดูแลจุดที่ทำเองได้ให้เป็นนิสัย เพราะเครื่องที่เพิ่งล้างใหม่กับการดูแลสม่ำเสมอ จะยืดรอบถัดไปออกไปได้นานกว่าเดิมชัดเจน

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามที่บทความยังไม่ตอบ?

สอบถามเข้ามาได้โดยตรง ผมตอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และหากยังไม่จำเป็นต้องเรียกช่าง ผมจะแจ้งตามจริง

จันทร์ – เสาร์ 08:00 – 18:00 น. · ปกติเข้าหน้างานได้ภายใน 24 ชั่วโมง ยกเว้นช่วง ก.พ.–เม.ย. ที่คิวแน่นทั้งจังหวัด

โทรเรียกช่างแชท LINE