คำถามนี้ผมได้รับบ่อยพอ ๆ กับคำถามเรื่องราคา คำตอบคือล้างเองได้ครับ และทำได้ครอบคลุมกว่าที่หลายคนคิด มีหลายจุดที่คุณทำเองได้ทันทีโดยไม่ต้องมีเครื่องมืออะไรเป็นพิเศษ และถ้าทำสม่ำเสมอจะช่วยยืดระยะเวลาก่อนต้องเรียกช่างออกไปได้จริง
แต่ก็มีจุดที่ทำเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะยาก แต่เพราะคราบเหล่านั้นอยู่หลังชิ้นส่วนที่ต้องถอดออกก่อน งานดูแลเครื่องซักผ้าจึงมีส่วนที่ทำเองได้ กับส่วนที่ต้องถอดตัวเครื่องออกจึงจะเข้าถึง
ส่วนที่ทำเองได้ และควรทำเป็นประจำ
สี่จุดต่อไปนี้เข้าถึงได้จากภายนอกทั้งหมด ไม่ต้องถอดน็อตหรือยกตัวเครื่อง ใช้เวลารวมกันไม่ถึงยี่สิบนาที
- 1
ตัวกรองเศษใยผ้า
เครื่องฝาบนมักเป็นตะแกรงหรือถุงตาข่ายที่แขวนอยู่ในถัง ดึงออกมาล้างน้ำแล้วใส่กลับได้เลย ส่วนเครื่องฝาหน้าเป็นฝาเกลียวเล็ก ๆ อยู่มุมล่างด้านหน้า ก่อนเปิดให้เตรียมผ้าและถาดแบน ๆ รองไว้ เพราะมีน้ำค้างอยู่ในนั้นเสมอ ควรทำทุกสัปดาห์ถึงสองสัปดาห์
- 2
ช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
ลิ้นชักส่วนใหญ่ดึงออกมาล้างได้ทั้งอัน จุดที่คนมักลืมคือเพดานของช่องที่ลิ้นชักเสียบอยู่ ซึ่งมักมีคราบเหนียวเกาะและเป็นที่ที่ราขึ้นก่อนจุดอื่น ใช้แปรงสีฟันเก่าปัดออกได้
- 3
ขอบยางประตูของเครื่องฝาหน้า
ง้างขอบยางออกเบา ๆ แล้วเช็ดร่องด้านในด้วยผ้าชุบน้ำ ทุกครั้งที่ซักเสร็จจะมีน้ำและเศษใยผ้าค้างอยู่ตรงนั้น ถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นจุดดำที่ลบยาก เช็ดสัปดาห์ละครั้งเพียงพอ
- 4
รอบทำความสะอาดถังตามคู่มือเครื่อง
เครื่องรุ่นใหม่หลายรุ่นมีโปรแกรม Tub Clean หรือ Drum Clean มาให้ ใช้ร่วมกับน้ำยาล้างถังหรือเม็ดล้างถังตามฉลาก เดือนละครั้งเป็นความถี่ที่เหมาะสม ช่วยรักษาผิวที่ยังสะอาดอยู่ให้สะอาดต่อไป
ส่วนที่ทำเองไม่ได้ และเหตุผลว่าทำไม
ถังซักผ้ามีสองชั้นซ้อนกัน ชั้นในคือถังมีรูที่คุณใส่ผ้าลงไป ชั้นนอกคือถังทึบที่กักน้ำไว้ คราบผงซักฟอกกับเชื้อราส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในถังที่คุณมองเห็น แต่อยู่ที่ผิวด้านนอกของถังชั้นในและผนังด้านในของถังชั้นนอก ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างสองถังที่ไม่มีทางเอามือหรือแปรงเข้าไปถึงได้เลยจากด้านบน
- ผิวด้านนอกของถังชั้นใน — อยู่คนละฝั่งกับที่น้ำยาล้างถังสัมผัส ต้องยกถังออกมาจึงจะขัดได้
- ใต้จานซักของเครื่องฝาบน — เป็นช่องแคบที่น้ำหมุนเข้าไม่ถึงด้วยความเร็วพอจะชะคราบออก ต้องถอดจานซักออกจากแกน
- รอบฮีตเตอร์ในถังชั้นนอกของเครื่องฝาหน้า — จุดที่ตะกรันจับหนาที่สุด ต้องถอดแผงหน้าและชุดขอบยางออกก่อน
- ท่อน้ำทิ้งและสายน้ำทิ้ง — คราบเหนียวที่อุดอยู่ภายในทำให้น้ำระบายช้าและเกิดกลิ่นย้อนกลับ
ที่ต้องพูดให้ชัดคือ คราบที่จับตัวแน่นเป็นชั้นแล้ว น้ำที่ไหลผ่านโดยไม่มีแรงขัดจะชะออกไม่ได้ ไม่ว่าจะเทน้ำยากี่ขวดก็ตาม ต้องใช้การขัดเชิงกลเท่านั้น นี่คือเหตุผลเดียวที่การถอดล้างมีอยู่
แล้วถอดเองได้หรือไม่
ถอดได้ครับ ไม่ใช่งานที่ต้องมีใบอนุญาตอะไร แต่ก่อนตัดสินใจอยากให้ชั่งสามข้อนี้ก่อน
- การถอดล้างหนึ่งเครื่องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่หมดไปกับการขัดทีละชิ้น ไม่ใช่การไขน็อต
- ต้องมีพื้นที่วางชิ้นส่วนที่ถอดออกมาและฉีดล้างได้ ห้องคอนโดที่ไม่มีบริเวณทำงานทำจุดนี้ไม่ได้
- จุดเสี่ยงจริงคือตอนประกอบกลับ ถ้าซีลหรือขอบยางไม่เข้าที่ จะรู้ตอนน้ำรั่วออกมาแล้ว และเครื่องซักผ้าที่ตั้งไม่ได้ระนาบจะสั่นจนเดินออกจากตำแหน่ง
เส้นแบ่งที่ผมใช้ตอบลูกค้า
- บริเวณตัวกรองเศษใยผ้า
- ทำเองได้หรือไม่
- ได้ ไม่ต้องใช้เครื่องมือ
- ความถี่ที่แนะนำ
- ทุก 1–2 สัปดาห์
- บริเวณช่องใส่ผงซักฟอก
- ทำเองได้หรือไม่
- ได้ ดึงลิ้นชักออกมาล้าง
- ความถี่ที่แนะนำ
- เดือนละครั้ง
- บริเวณขอบยางประตูฝาหน้า
- ทำเองได้หรือไม่
- ได้ เช็ดร่องด้านใน
- ความถี่ที่แนะนำ
- สัปดาห์ละครั้ง
- บริเวณผิวด้านในถังที่มองเห็น
- ทำเองได้หรือไม่
- ได้บางส่วน ด้วยรอบล้างถัง
- ความถี่ที่แนะนำ
- เดือนละครั้ง
- บริเวณผิวด้านนอกถังชั้นใน
- ทำเองได้หรือไม่
- ไม่ได้ ต้องยกถังออก
- ความถี่ที่แนะนำ
- ตามรอบถอดล้าง
- บริเวณใต้จานซักและฐานถัง
- ทำเองได้หรือไม่
- ไม่ได้ ต้องถอดจานซัก
- ความถี่ที่แนะนำ
- ตามรอบถอดล้าง
- บริเวณรอบฮีตเตอร์ในถังชั้นนอก
- ทำเองได้หรือไม่
- ไม่ได้ ต้องถอดแผงหน้า
- ความถี่ที่แนะนำ
- ตามรอบถอดล้าง
- บริเวณท่อและสายน้ำทิ้ง
- ทำเองได้หรือไม่
- ไม่ได้ในทางปฏิบัติ
- ความถี่ที่แนะนำ
- ตามรอบถอดล้าง
| บริเวณ | ทำเองได้หรือไม่ | ความถี่ที่แนะนำ |
|---|---|---|
| ตัวกรองเศษใยผ้า | ได้ ไม่ต้องใช้เครื่องมือ | ทุก 1–2 สัปดาห์ |
| ช่องใส่ผงซักฟอก | ได้ ดึงลิ้นชักออกมาล้าง | เดือนละครั้ง |
| ขอบยางประตูฝาหน้า | ได้ เช็ดร่องด้านใน | สัปดาห์ละครั้ง |
| ผิวด้านในถังที่มองเห็น | ได้บางส่วน ด้วยรอบล้างถัง | เดือนละครั้ง |
| ผิวด้านนอกถังชั้นใน | ไม่ได้ ต้องยกถังออก | ตามรอบถอดล้าง |
| ใต้จานซักและฐานถัง | ไม่ได้ ต้องถอดจานซัก | ตามรอบถอดล้าง |
| รอบฮีตเตอร์ในถังชั้นนอก | ไม่ได้ ต้องถอดแผงหน้า | ตามรอบถอดล้าง |
| ท่อและสายน้ำทิ้ง | ไม่ได้ในทางปฏิบัติ | ตามรอบถอดล้าง |
สรุปสั้นที่สุดคือ ถ้ากลิ่นยังไม่มีและคุณดูแลสี่จุดข้างต้นอยู่แล้ว ทำเองต่อไปได้ครับ ยังไม่จำเป็นต้องเรียกช่าง แต่ถ้าเปิดฝาเครื่องตอนแห้งสนิทแล้วยังได้กลิ่นอับ หรือมีเศษคราบสีน้ำตาลหลุดมาติดผ้า นั่นคือคราบจากด้านที่คุณเข้าไม่ถึง และไม่มีวิธีทำเองที่แก้จุดนั้นได้
ค่าบริการถ้าเลือกให้ผมทำ
- ประเภทเครื่องฝาบน ความจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม
- ค่าบริการ
- 999 บาท
- ประเภทเครื่องฝาบน ความจุ 15.1 – 19 กิโลกรัม
- ค่าบริการ
- 1,200 บาท
- ประเภทเครื่องฝาบน ความจุมากกว่า 19 กิโลกรัม
- ค่าบริการ
- 1,500 บาท
- ประเภทเครื่องฝาหน้า
- ค่าบริการ
- เริ่ม 1,299 บาท
- ประเภทเครื่องกรณีต้องขนเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่
- ค่าบริการ
- เพิ่ม 500 บาท
| ประเภทเครื่อง | ค่าบริการ |
|---|---|
| ฝาบน ความจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม | 999 บาท |
| ฝาบน ความจุ 15.1 – 19 กิโลกรัม | 1,200 บาท |
| ฝาบน ความจุมากกว่า 19 กิโลกรัม | 1,500 บาท |
| ฝาหน้า | เริ่ม 1,299 บาท |
| กรณีต้องขนเครื่องออกไปล้างนอกสถานที่ | เพิ่ม 500 บาท |
ราคาข้างต้นเป็นค่าบริการล้างครบทุกขั้นตอน ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มมาภายหลัง และรับประกันงานที่ผมทำเป็นเวลา 30 วัน
ไม่แน่ใจว่าเครื่องที่บ้านเกินขอบเขตที่ทำเองได้แล้วหรือยัง ถ่ายภาพภายในถังกับขอบยางส่งเข้ามาทาง LINE ได้ครับ ผมประเมินให้ก่อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ติดต่อ 065-365-7673 หรือ LINE @794xvrnm
